หมวดหมู่สินค้า |
|
 |
บทความ |
|
 |
บริการของร้าน |
|
 |
รับข่าวสารจากทางร้าน |
|
 |
สถิติของร้าน |
| เปิดร้าน |
17/04/2010 |
| ปรับปรุง |
14/05/2013 |
| ผู้ชมทั้งหมด |
367,112 |
| สินค้าทั้งหมด |
97 |
|
|
| |
สมาชิก |
|
 |
ลิงค์ |
|
 |
|
|
การขับรถในขณะฝนตก |
 |
รายละเอียด |
|
ใกล้จะเข้าช่วง
ฤดูฝนเป็นฤดูที่คนในเมืองอย่างเราๆ ท่านๆ แสนจะเบื่อหน่ายรถติด
ดูจะไม่เป็นปัญหา แต่ฝนนี่ซิ ที่เป็นปัญหา
ที่ทำให้อยากจะพึ่งพารถสาธารณะหรือรถคนอื่น
แม้ว่าเราจะมีรถยนต์ดูว่าจะสะดวกสบายกว่าคนที่ไม่มี
แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่สบายใจนัก เราจะเตรียมพร้อมอย่างไรดี
สำหรับหลีกเลี่ยงการจอดตายกลางฝนโดยเฉพาะ
ถ้าเราขับมาคนเดียวหรือถ้าเป็นรถใหม่ ๆ ก็คงไม่เป็นอะไรมากนัก
เพียงแค่ต้องใช้ความสามารถในการขับรถลุยน้ำ หรือฝ่าสายฝน
ซึ่งการบังคับรถยนต์ลุยน้ำที่จริงไม่ใช่เรื่องที่ยาก แต่ต้องใจเย็น
และต้องมีสมาธิในการเลี้ยงรอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในระยะรอบเครื่องคงที่ คือ
คลานไปเรื่อย ๆ โดยทิ้งระยะอย่างน้อยสักหนึ่งช่วงตัว
เพราะถ้าเราทิ้งระยะห่างจากคันหน้าน้อยเกินไป
หากรถคันหน้าเกิดหยุดกะทันหันจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม จะทำให้รถ
อันเป็นที่รักของเราหักหลบไม่พ้นแล้วรถของเรา
ก็จะต้องจอดติดเครื่องอยู่ในน้ำ อาจเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เครื่องยนต์ดับได้ และ ที่สำคัญอย่าลืม ตรวจสอบยางที่ปัดน้ำฝนของท่าน ว่าอยู่ในสภาพ ที่ใช้งานได้ดีอยู่หรือเปล่า?

1. ไม่ควรขับด้วยความเร็วสูง เพราะถนนเมื่อเปียกน้ำแล้วจะลื่น
2. ไม่ควรขับรถใกล้คันหน้าจนเกินไป เพราะระยะเบรกจะยาวกว่าถนนแห้ง
3 .เปิดไฟหน้ารถในกรณีที่ฝนตกหนักมาก

- ขับลุยน้ำ ในกรณีที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงเท่านั้น
- ต้องระมัดระวังรถที่วิ่งสวนมา หรือรถของตนเอง หากวิ่งด้วยความเร็ว
และไม่ขับรถลุยน้ำที่สูงกว่าระดับพื้นรถด้านใน เพราะ
จะทำให้น้ำเข้าห้องเครื่อง, เข้าห้องโดยสารหรืออุปกรณ์จำพวกไฟฟ้า
- เมื่อพ้นจากบริเวณน้ำท่วม ควรย้ำเบรกหลายๆ ครั้ง เพื่อช่วยให้ผ้าเบรกแห้งตัว
- รถที่ผ่านการลุยน้ำระดับสูง ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบให้ละเอียด มิฉะนั้นอาจทำให้ชิ้นส่วนของรถยนต์เสียหายหนักได้
ฝนตก
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ขณะขับรถ เมื่อฝนตกการขับขี่
จะต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ สภาวะของการขับขี่ ช่วงระหว่าง
เดือนพฤษภาคม – เดือนกันยายนของทุกปี หรือ ในบางครั้งเดือนอื่นฝนก็ตก
เมื่อเป็นเช่นนี้ การใช้เบรกในการชะลอ หรือ หยุดรถ จึงมีความจำเป็น
เพราะจะต้องเหยียบเบรกแทบทั้งสิ้น
เมื่อฝนตกน้ำจาก
น้ำฝนที่ตกลงมา จะเข้าไปโดนในส่วนของเบรก เช่น ผ้าเบรก ,จานเบรก
เมื่อชิ้นส่วนดังกล่าวโดนน้ำนอกจากจะเปียกแล้ว
ก็ยังทำให้ประสิทธิภาพการเบรกด้อยลง กล่าวคือ เบรกจะลื่น เบรกจะไม่ค่อยอยู่
ถ้าเป็นเบรกแบบดีสเบรกก็จะโดนน้ำง่าย
แต่ถ้าเป็นเบรกแบบดรัมเบรกก็จะโดนน้ำยาก แต่ถึงอย่างไร
การที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ชิ้นส่วนเบรกโดนน้ำเป็นไปไม่ได้เลย
เพราะฉะนั้นผู้ขับขี่ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังกล่าวด้วย
ปัญหาเบรกไม่
อยู่ จะไม่เกิดขึ้น ถ้าปฏิบัติดังนี้ ขณะขับขี่รถยนต์แล้วฝนตก
เมื่อต้องการใช้เบรกให้ค่อยๆ เหยียบเบรก อย่า ! เหยียบเบรกแรง
การเหยียบเบรกแรง นอกจากเบรกไม่อยู่แล้ว ยังทำให้เสียการทรงตัว
ไม่สามารถบังคับพวงมาลัยได้ ( ยกเว้นรถยนต์ที่มีระบบเบรก ABS ) ดังนั้น
ให้เหยียบเบรกแบบเบาๆ
และผู้ขับขี่จะต้องกะระยะการเบรกจากรถยนต์คันหน้าและรถยนต์คันหลัง
ให้มีระยะห่างพอสมควร เท่านี้การเบรกก็จะปลอดภัย
ข้อแนะนำเพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น
ถ้ารถยนต์ของท่านมีไฟตัดหมอกหน้า ( สปอร์ตไลท์ )
และไฟตัดหมอกหลัง ยามฝนตกหนักจนถึงฝนตกหนักมาก
ควรเปิดอุปกรณ์ดังกล่าวด้วย
เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและผู้ร่วมใช้เส้นทางอีกด้วย
|
| ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : |
|
| ผู้ลงบทความ : Tomato Shop |
|
| |
|
|
|
|