http://www.princess-skincare-products.com  
  
button left button right
button left button left
button left button right
button left button right
button left button right
button left button right
button left button right
 ค้นหา
  Live Support    Calculator  แจ้งการชำระเงิน    รถเข็น:0 
สมาชิก
Username
Password
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
ดัชนีราคาสินค้า
ดูสินค้าทั้งหมด

ครีมสมุนไพรจุฬาลักษมี(หมอจุฬา)
สบู่สปา สบู่ล้างหน้า
โทนเนอร์ โลชั่นเช็ดหน้า
ครีมกันแดด
ครีมพอกผิวขาว ครีมทาผิวขาว
รอบดวงตา,เจลแก้มแดง
ครีมยางพารา ของแท้ ราคาส่ง
สำหรับผิวหน้าเป็นสิว
ครีมทาหน้าใส...หน้าขาว
ผิวกายขาวเนียน
เจลกำจัดขน
ผมเสีย ผมแห้งกรอบ ผมไร้น้ำหนัก
บำรุงมือและเล็บ
อาหารเสริม
ชุดตรวจสารอันตราย
ครีมหมอจุฬา ของปลอม
เอกสารสำคัญ
งานบริการอื่นๆ
บริการของร้าน
ผลงานของร้านค้า
เกี่ยวกับเรา
My Favorite
คำถามที่พบบ่อย
หน้าแรก
ข่าวสาร
สมุดเยี่ยม
เว็บบอร์ด
บทความน่าสนใจ
สมัครสมาชิก
วิธีการสั่งซื้อ
วิธีการชำระเงิน
แจ้งการชำระเงิน
Track&Trace
ติดต่อเรา
ตั้งเป็นหน้าแรก
วิธีการรับสินค้า
ครีมหมอจุฬาสูตรต้นตำรับ
รายการสินค้าเด่นปริ๊นเซสสกินแค
ผลการตรวจครีมหมอจุฬาครั้งที่4
ตรวจสารอันตรายเบื้องต้น
สารเดกซาเมทาโซน
Poll
ครีมหมอจุฬา(ครีมจุฬาลักษมี)สูตรสมุนไพรต้นตำรับ10ปี ขายดีอันดับ1 ไม่แท้ยินดีคืนเงิน100เท่า
ซื้อครีมหมอจุฬาของแท้+ครีมกันแดดใยไหม ราคาสุดคุ้ม350 บาท
ซื้อครีมจุฬาลักษมีของแท้ 1 กระปุก แถมสบู่สูตรใดก็ได้ 1 ก้อน
ซื้อครีมสมุนไพรจุฬาลักษมีวันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ 3 กระปุก แถม 2 ประปุก
By Result
ลิงค์
สถิติของร้าน
เปิดร้าน
13/10/2008
ปรับปรุงร้าน
17/04/2014
ผู้ชมร้านทั้งหมด
1,618,523
สินค้าทั้งหมด
99
  ทะเบียนพาณิชย์
1239900003469
บทความ
ครีมสมุนไพรหมอจุฬาลักษมี
บทความทั่วไป
รับข่าวสาร

สมัคร ยกเลิก
 สินค้า
ครีมหมอจุฬาลักษมีแท้ 1 โหล599฿ : ครีมหน้าใสยางพารา ครีมยางพารา จากมหาวิทยาลัยสงขลา ของรศ.ดร.รพีพรรณ ผลงานชิ้นเอกของคนไทยและเป็นรายแรกของโลก ตามไปดูผลการทดลองกันเลยค่ะ [Powered by Weloveshopping.com]
   สินค้า > ครีมทาหน้าใส...หน้าขาว > princess34
 
 
[Out of Stock]   ครีมหน้าใสยางพารา ครีมยางพารา จากมหาวิทยาลัยสงขลา ของรศ.ดร.รพีพรรณ ผลงานชิ้นเอกของคนไทยและเป็นรายแรกของโลก ตามไปดูผลการทดลองกันเลยค่ะ  
แก้ไขล่าสุด :   
รหัสสินค้า :   princess34
สภาพสินค้า :   สินค้ามือใหม่
ราคา :   ปกติ 499.00 ฿ ลดเหลือ 435.00 ฿ 
ยี่ห้อ :   ครีมยางพารา ครีมหน้าขาว
รุ่น :   ครีมหน้าใสยางพารา
ลิงค์ :   http://www.princess-skincare-products.com
  

facebook   delicious   digg   twitter   google   reddit  

  รูปภาพเสริม:
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
 
 รายละเอียด:
 

ครีมหน้าใสยางพารา ครีมยางพารา

ครีมยางพารา ครีมหน้าใส ครีมหน้าใสยางพารา

จากการคลุกคลีทำวิจัยยางพารา มากว่า 20 ปี รศ.ดร.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ประดิษฐ์ในสิทธิบัตรครีมเสริมสุขภาพผิวจากยางพารา เปิดเผยว่าได้สังเกตเห็นว่ายางพารา เป็นพืชที่ถูกคุกคามโดยการทำให้เกิดบาดแผลจากการกรีดแทบทุกวัน  เมื่อต้นยางพาราถูกคุกคามซ้ำๆมันจะส่งสัญญาณกระตุ้นให้ต้นยางสร้างสารพฤษเคมีชนิดพิเศษขึ้นมาเยียวยาบาดแผลสดและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจากการกรีด   จึงเกิดประกายความคิดที่จะค้นหาความลี้ลับของต้นยางพาราตั้งแต่บัดนั้น และได้ค้นพบว่าน้ำยางสดเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารพฤษเคมีนานาชนิดที่พบเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวราคาสูง ที่ผลิตโดยผู้ผลิตเครื่องสำอางชั้นนำ


จากการวิจัยสารที่อยู่ในน้ำยางพารา จนค้นพบว่าในน้ำยางพารามีกลุ่มสารที่เหมาะสำหรับนำไปใช้ทำเครื่องสำอางเพื่อเสริมหรือรักษาสุขภาพผิวพรรณให้ขาวใส เนียน และเต่งตึงขึ้น ได้แก่

1.สารต้านกิจกรรมการขนถ่ายเม็ดสีจากเซลล์สร้างเม็ดสี ไปยังเซลล์ผิว ทำให้ผิวขาวขึ้นเพราะเซลล์ผิวมีปริมาณเม็ดสีน้อยลง

2.สารแอนตี้ออกซิแด้นท์ ชนิดที่นอกจากจะสามารถทำลายฤทธิ์สารอนุมูลอิสระของออกซิเจน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เหี่ยวย่นและมีริ้วรอยแล้ว ยังสามารถส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการสร้างเม็ดสีพีโอเมลานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีหลักสำหรับผิวฝรั่ง และการลดลงของกิจกรรมการสร้างเม็ดสียูเมลานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีหลักของคนผิวเอเชียและนิโกร

3.สารซูเปอร์แอนตี้ออกซิแด้นท์ ที่สามารถทำลายทั้งฤทธิ์ของอนุมูลอิสระของออกซิเจน และอนุมูลอิสระของไนโตรเจน รวมทั้งสามารถต้านกิจกรรมการกระตุ้นการสร้างสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ของเซลล์ผิวหนังเมื่อได้รับรังสียูวีจากแสงแดด ได้อีกด้วย ส่งผลยับยั้ง การเกิดริ้วรอยและเสื่อมสภาพของผิวหนัง

4.สารน้ำตาลแอลกอฮอล์ น้ำตาลซูโครส, ฟรุคโตส และกรดอะมิโนที่สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังให้ดูเต่งตึงขึ้น

5.สารแอลฟาและเบต้าไฮดรอกซีแอซิด ที่สามารถช่วยเอื้อต่อการหลุดลอกของเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนผิวชั้นนอกให้ง่ายขึ้น โดยสารเบต้าไฮดรอกซิแอซิดสามารถแทรกซึมเข้าไปออกฤทธิ์ในระดับรูขุมขนพร้อมทั้งสามารถป้องกันเซลล์ผิวจากการแผดเผาด้วยรังสียูวีบีได้ด้วย ส่งผลกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวหน้าแลดูเนียนและสดใสขึ้น

6. สารอาหารกรดอะมิโน 17 ชนิดรวมทั้งชนิดที่ใช้สำหรับสร้างโปรตีนคีราติน และคอลลาเจน เพื่อสุขภาพของที่ดีของเซลล์ผิว

7. สารอาหารแร่ธาตุสำคัญปริมาณน้อย จำพวก สังกะสี, โครเมียม, ทองแดง, แมงกานีส และ ซีเลเนียม ที่เอื้อต่อกระบวนการปรับปรุงสุขภาพผิว

โดยสารสกัดที่เตรียมได้จากซีรั่มน้ำยางพารา (Hevea brasilensis) หรือ สารสกัดเอชบีดังกล่าว พบว่า มีเอกลักษณ์โปรตอนเอ็นเอ็มอาร์สเปกตรัมเฉพาะตัว มีคุณสมบัติที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือ อาการแพ้ต่อผิวหนังในระดับสัตว์ทดลองตามวิธีมาตรฐาน OECD มีระดับการปนเปื้อนเชื้อจุลชีพที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน FDA และจากข้อมูลผลประเมินที่รวบรวมได้จากอาสาสมัคร พบว่าครีมเบสที่ประกอบด้วยสารสกัดเฮชบี 5 กรัม % สามารถปรับปรุงรักษาสุขภาพผิวหน้าของอาสาสมัครได้เป็นอย่างดี โดยหลังการทาครีมเฮชบี ไปได้ 9 สัปดาห์ ในกลุ่มอาสาสมัครที่หน้าเป็นฝ้า 64 คน พบว่า มีจำนวนที่มีหน้าขาวขึ้น 98.4%, ฝ้าจางลง 96.8%, หน้าเรียบเนียนขึ้น 92.2% และ ความมันบนใบหน้าลดลง 53.1% และในกลุ่มอาสาสมัครที่หน้าเป็นสิว 36 คน พบว่า มีจำนวนที่มีการอักเสบของสิวลดลง 100%, ปริมาณสิวลดลง 100% , ความมันบนใบหน้าลดลง 88.9% และ รอยด่างดำจากสิวลดลง 86.1%

 

                 

ครีมหน้าใสยางพารา (BH brightening)  คือผลิตภัณฑ์ครีมหน้าใส  หรือหน้าเด้ง หรือครีมบำรุงผิวหน้า ซึ่งผลิตจากสารสกัดจากน้ำยางพารา ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของนักวิจัย โดย รศ.ดร.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  (มอ.) ซึ่งเป็นผู้คิดค้นได้สำเร็จเป็นรายแรกของไทยและเป็นรายแรกของโลก                

       

 

 

รศ.ดร.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล

 รศ.ดร.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล  ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  (มอ.) ผู้วิจัยและคิดค้นครีมยางพารารายแรกของโลก

 

ครีมหน้าใสยางพารา  เป็นครีมหน้าขาวที่ปราศจากสารอันตรายใดๆ  เช่นสารไฮโดรควิโนน  สารปรอท สารเสตียร์รอย  ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว

ผลการทดสอบครีมยางพารา

ก่อนที่จำนำครีมยางพาราออกสู่ตลาด ทางรศ.ดร.รพีพรรณ ได้ทดสอบหรือทดลองใช้กับอาสาสมัครทั้งหญิงและชาย  ที่เป็นสิวและเป็นฝ้า ทั้งสิ้น 100 ท่าน

ผลการทดสอบและทดลองในอาสาสมัครทั้งสิ้น100คน

ครีมยางพารา

อาสาสมัครทั้ง 100 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 กลุ่มอาสาสมัครที่เป็นสิว

กลุ่มที่ 2 กลุ่มอาสาสมัครที่เป็นฝ้า

เรื่องสิวชิวชิว

ครีมยางพารา

ครีมยางพารา

จากการทอสอบกับกลุ่มอาสาสมัครที่เป็นสิว หลังจากใช้ติดต่อกัน 9 สัปดาห์พบว่า

กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มสิวทั้งสิ้น 36 คน  มีปริมาณสิวลดลง 100%

กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มสิวทั้งสิ้น 36 คน  มีการอักเสบของสิวลดลง 100%

กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มสิวทั้งสิ้น 36 คน  มีความหน้ามันลดลงลดลง 88.9%

กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มสิวทั้งสิ้น 36 คน  มีจุดด่างดำที่เกิดจากสิวลง 100%

 รูปก่อนใช้ครีมยางพารา

รูปอาสาสมัครก่อนใช้ครีมยางพารา

 รูปหลังใช้ครีมยางพารา

รูปอาสาสมัครหลังใช้ครีมหน้าใสยางพารา

 รูปคุณหนึ่งฤทัย ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์

รูปก่อนใช้ผลิตภัณฑ์

 รูปคุณหนึ่งฤทัยหลังใช้มานานถึง 1 ปี 3 เดือน

รูปหลังใช้


 

 

ครีมหน้าใสยางพารา

ครีมยางพารา

ครีมยางพารา

ครีมยางพารา

ครีมยางพารา

ครีมยางพารา

ครีมยางพารา ครีมหน้าใส

ครีมยางพารา

ครีมยางพารา

ครีมยางพารา

 

บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.รพีพรรณ

บทสัมภาษณ์พิเศษครีมหน้าใสยางพารา

 

 

เมื่อเอ่ยถึง "ยางพารา" ซึ่งถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย คงไม่มีใครปฏิเสธว่า รศ.ดร. รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล เป็นผู้หนึ่งที่มีไฟแห่งความมุ่งมั่น เพียรพยายามที่จะศึกษาและบุกเบิกองค์ความรู้ด้านยางพารา

 

ประชาคมวิจัยฉบับนี้จึงอยากพาทุกท่านไปร่วมวงสนทนากับท่านที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่รู้จักเลือกหยิบจับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาทำเป็น "ชิ้นงานวิจัย" และประสบความสำเร็จด้านการวิจัยยางพารา ในระดับประเทศและระดับโลก ให้ทุกท่านได้รับทราบกัน

  อยากให้อาจารย์เล่าถึงชีวิตส่วนตัวและประวัติการทำงานโดยย่อค่ะ

อาจารย์เป็นคนใต้ค่ะ อยู่จังหวัดสงขลา จบชั้นมัธยมต้นจากโรงเรียนสตรีหาดใหญ่และโรงเรียนธิดานุเคราะห์ จากนั้นก็สอบเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และได้รับทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาเอกในสาขาชีวเคมี จากมหาวิทยาลัยมินนีโซต้า ส่วนชีวิตครอบครัว อาจารย์ได้สมรสกับ รศ.ดร.ธีรยศ ผู้ที่เป็นอาจารย์ร่วมทีมหลักจากมหาวิทยาลัยมหิดลและเป็นแกนสำคัญในการช่วยผลักดันให้งานวิจัยยางพาราประสบความสำเร็จอย่างมากในขณะนี้

 

  อยากให้อาจารย์เล่าถึงชีวิตส่วนตัวและประวัติการทำงานโดยย่อค่ะ

 

 มีอะไรเป็นแรงจูงใจให้อาจารย์สนใจทำงานวิจัยเกี่ยวกับยางพารา
เนื่องจากว่าเป็นคนใต้โดยกำเนิด เห็นต้นยางพารามาตั้งแต่วัยเด็ก รวมทั้งได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยก่อนที่ทำอาชีพนี้นั้นไม่ดีเลย คนที่มาขายยางมักจะตัวเหลืองซีด เป็นไข้มาลาเรีย ด้วยเหตุนี้เมื่อเรียนจบกลับมา จึงมีความรู้สึกและเกิดความคิดว่า ในเมื่อเรียนจบสายชีวเคมีกลับมา น่าจะพอมีหนทางที่จะมีส่วนช่วยคนทำสวนยางเหล่านี้ได้บ้าง

  เริ่มต้นทำงานวิจัยที่ส่วนไหนก่อน

 

             งานวิจัยของอาจารย์ เริ่มต้นด้วยการพยายามศึกษาดูในทางชีวเคมีสังเคราะห์ยางเพื่อพยายามหาเอนไซม์ที่จะสามารถนำมาใช้เป็น Biomarker หรือตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่จะสามารถบอกให้เห็นถึงศักยภาพของต้นยางพาราในระดับต้นกล้า เพื่อจะเป็นหนทางในการช่วยคัดเลือกสายพันธุ์ยางที่จะสามารถให้ผลผลิตสูงแก่พวกเขาได้ เพราะเมื่อคนหนึ่งคนสามารถกรีดยางได้วันละ 500 ต้น ถ้ายางทั้ง 500 ต้นให้ผลผลิตสูงก็โอเค เขาก็จะมีความสุขอยู่ได้ แต่ถ้ายางทั้ง 500 ต้นให้ผลผลิตสูงแค่ 10% คนกรีดก็จะเหนื่อยเปล่า

  สิ่งใดเป็นตัวชักนำให้คิดทำงานวิจัยในส่วนนี้

ก็คือได้เห็นปัญหาของชาวบ้านที่เมื่อทำการปลูกต้นยางแล้ว ชาวสวนยางต้องใช้เวลารอ 5-7 ปี ถึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยการกรีดยางได้ แต่หากเมื่อถึงอายุกรีดแล้วกรีดน้ำยางออกมาได้เพียงนิดเดียว ไม่มีทางที่ชาวสวนจะโค่นต้นยางทิ้ง ก็จะต้องเก็บต้นยางไว้จนกระทั่งหมดหน้ากรีดเป็นเวลา 15-20 ปี ถึงจะสามารถโค่นทิ้งแล้วปลูกใหม่ได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าหากเริ่มต้นไม่ดี ชาวสวนยางจะต้องทนทุกข์ทรมานไปจนถึงอีก 10-20 ปี ที่สำคัญชั่วอายุคนเราก็สามารถปลูกยางได้เพียงแต่ 2 รุ่นเท่านั้น หากเริ่มต้นผิดก็ผิดไปแล้วกว่าครึ่งชีวิต

  โดยธรรมชาติต้นยางแต่ละต้น แต่ละสายพันธุ์มีศักยภาพ มีคุณภาพที่ต่างกัน แต่จากผลงานวิจัยนี้ จะช่วยให้พวกเขามีหนทางที่จะเลือกต้นยางที่มีศักยภาพที่ดีปลูกในผืนดินเขาหรือไม่

ใช่ ต้นยางแต่ละต้นที่ปลูกแล้วจะมีศักยภาพในการให้ผลผลิตยางที่ไม่เท่ากัน เพราะว่าการปลูกต้นยางเป็นการต่อตา ติดตา ที่ชาวบ้านมักเรียกกันติดปากว่า "ติดตาเขียว" คือ รากจะมาจากเมล็ดพื้นเมือง แต่ในส่วนของต้นจะเป็นการนำตาเขียวของพันธุ์ดีมาติด แต่การเข้ากันได้หรือการแต่งงานระหว่างตอกับต้นนั้น หากดีเสริมกันก็จะช่วยให้ปริมาณการผลิตน้ำยางสูง แต่หากมันเข้ากันได้ไม่ดีหรือว่าเทคนิคในการทำไม่ดี ปริมาณการผลิตน้ำยางก็จะมีน้อย

  จากการทำงานวิจัยได้ผลออกมาเป็นเช่นไรบ้าง

เนื่องจากต้นยางที่ให้ผลผลิตสูงจะต้องสร้างยางได้เก่งและไหลได้เก่งด้วย จากการศึกษาของทีมวิจัย ทำให้ทราบว่าในกระบวนการสร้างยางจะมีเอนไซม์หลาย ๆ ตัวที่เกี่ยวข้องกับการทำงานมาก ถ้าเปรียบเทียบกับโรงงานการผลิตอาหารกระป๋อง เอนไซม์ก็จะเหมือนคนงานที่ยืนเรียงรายอยู่ บางคนก็ทำงานอย่างรวดเร็วมาก แต่บางคนก็ไปยืนถ่วงไว้ งานมันก็ไปถึงผลผลิตช้าลง ทีมวิจัยก็เลยตรวจสอบดูว่าในกระบวนการสร้างยางนั้น เอนไซม์ตัวไหนที่เป็น limiting factor หรือตัวควบคุมที่ทำให้ไม่สามารถเกิดกระบวนการสร้างยางได้เร็วบ้าง ทีมวิจัยได้ค้นพบตัวบ่งชี้ศักยภาพการทำชีวสังเคราะห์ยาง ซึ่งได้แก่ เอนไซม์ HMG-CoA reductase และตัวบ่งชี้ศักยภาพการไหลของน้ำยางซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่ต้านกระบวนการเกิดอุดตันภายในท่อน้ำยาง เพื่อยับยั้งการไหลของยางด้วย

  ในงานวิจัยส่วนของโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้ ขณะนี้อาจารย์ได้ดำเนินงานไปถึงขั้นไหนแล้วคะ

ทีมวิจัยได้ค้นพบกลุ่มโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้ตัวใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพและมีความสำคัญต่อการแพ้มากกว่าโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้ตัวอื่น ๆ ที่เคยมีรายงานไว้ คือในยางมักจะมีโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้หลายตัว ทางประเทศตะวันตกได้มีการศึกษาค้นพบและทำการตั้งชื่อแล้วถึง 13 ตัวคือ Hev b1-13 แต่ขณะนี้เราได้เจอตัวที่สำคัญกว่าที่เขาเคยทั้ง 13 ตัวเลย เนื่องจากเวลาเจอคนแพ้ 100 คน จะพบคนที่แพ้โปรตีนชนิด Hev b1-13 นี้ อย่างเก่งก็จะพบประมาณ 70 คน แต่ขณะนี้เราเจอโปรตีนที่สำคัญมาก ๆ คือ ในจำนวนคนที่แพ้ยาง 100 คน จะแพ้โปรตีนนี้ทั้ง 100 คน เพราะฉะนั้นถ้าหากเรานำเอาโปรตีนชนิดนี้ไปใช้ในชุดทดสอบ จะพบว่าโอกาสผิดพลาดจะน้อยมาก

               ขณะนี้ทีมวิจัยกำลังจะส่งข้อมูลโปรตีนที่มีประสิทธิภาพมากดังกล่าวไปขอตั้งชื่อสากลและกำลังพัฒนาชุดทดสอบจากโปรตีนชนิดนี้ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อสร้างชุดทดสอบโปรตีนชุดนี้ได้สำเร็จ โอกาสในการขายชุดทดสอบนี้จะมีมากกว่าในชุดทดสอบชนิดอื่น ๆ เพราะว่ามีประสิทธิภาพในการค้นหาโปรตีนสำคัญที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ดีแน่นอนกว่าชุดตรวจอื่น ๆ มาก

  จากผลความสำเร็จของงานวิจัยที่ผ่านมา งานวิจัยชิ้นใดที่อาจารย์รู้สึกภูมิใจที่สุด

                       มี 2 ชิ้น เป็นผลการศึกษาในส่วนการบุกเบิกความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับยางพารา ชิ้นหลักอันหนึ่งคือ การค้นพบคำตอบว่า ต้นพืชสร้างยางขึ้นมาทำไม ซึ่งทีมวิจัยพบว่าอนุภาคยางที่ถูกผลิตขึ้นนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสมานแผลของพืช (เช่นเดียวกับในพืชที่สร้างยางทุกชนิด เช่น โป๊ยเซียน) อนุภาคยางนี้มีลักษณะคล้ายกับเกล็ดเลือด มีอยู่ในทุกส่วนของต้นไม้ชนิดนี้ เมื่อเกิดบาดแผลส่วนที่ทำหน้าที่คล้ายเกล็ดเลือดนี้ก็จะมาเกาะกลุ่มกันเพื่อจะอุดตันบาดแผล แต่ในกระบวนการนั้น

                          ทีมวิจัยได้ค้นพบโปรตีนสำคัญที่มีส่วนเหนี่ยวนำให้เกิดการเกาะกลุ่มรวมตัวของอนุภาคยางเหล่านี้ในการสมานแผล ผลงานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานที่ภูมิใจ ส่วนผลงานที่ประยุกต์ต่อจากส่วนนี้ก็ภูมิใจเช่นกัน เพราะว่าหลังจากทีมงานวิจัยทำการศึกษาต่อ ก็ได้พบว่าโปรตีนตัวสำคัญที่ทำให้เกิดอาการแพ้ นั้นเป็นตัวควบคุมการไหลของน้ำยางพาราที่สำคัญด้วย

  อาจารย์พบปัญหาและอุปสรรคใดบ้างระหว่างการทำงานวิจัย

 คืองานค่อนข้างดำเนินไปได้ช้ากว่าที่ทีมวิจัยต้องการเพราะทุนวิจัยน้อย การขยายห้อง lab ก็จำกัด ระยะเวลาในการทำงานเราก็เหลือน้อย แต่ทีมวิจัยก็พยายามทำเท่าที่ทำได้ แต่ก็คิดว่าทีมวิจัยมีศักยภาพที่จะทำได้มากกว่านี้ ถ้าหากได้รับการส่งเสริมที่ดีไม่ต้องไปเหนื่อยกับมันมากนักทั้งระบบ

  ผลงานวิจัยชิ้นนี้จะก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างไรบ้าง

 

            คิดว่าจะสามารถประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพในส่วนของงานวิจัยที่ค้นพบโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้ อย่างที่กล่าวในตอนต้นคือ การทำชุดทดสอบโปรตีน โดยในขณะนี้บริษัทเอกชนในสหรัฐอเมริกาได้ทำสัญญากับ สกว. เพื่อให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาชุดดังกล่าวแล้ว ในส่วนของการค้นพบตัวบ่งชี้ศักยภาพว่าตัวไหนจะทำให้น้ำยางไหลได้นาน ตัวไหนจะสามารถยับยั้งการอุดตัน ก็เป็นอีกหนทางที่จะสามารถช่วยชาวสวนในการเลือกสายพันธุ์ยางที่จะสามารถให้ผลผลิตคุ้มค่ากับพวกเขาได้

              นอกจากนั้นงานในด้านเทคโนโลยีชีวภาพของน้ำยาง เรายังพบว่าส่วนที่ไม่ใช่น้ำยางนั้นมีคุณค่ามหาศาล ราคาแพงกว่าน้ำยางหลายเท่า เพราะสามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม เป็นยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ อีกทั้งยังมีเอนไซม์ที่มีประโยชน์ในการนำไปพัฒนาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ ซึ่งจะเป็นส่วนที่สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชาวสวนยางและประเทศชาติได้อีกมาก

   งานด้านยางพาราส่วนไหนที่ควรทำการศึกษาหรือทำงานวิจัยอย่างเร่งด่วนที่สุด


              งานด้านเทคโนโลยีชีวภาพยางพารา เป็นจุดที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วน แม้ว่าจะต้องแข่งขันกับเพื่อนบ้าน เราก็น่าจะไปได้เร็วกว่า เพราะเรายังมีนักศึกษาที่จะจบในโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) อีกปีละหลายร้อยคน หากมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยยางพาราและร่วมมือทำงานกับวิศวกร ช่วยกันพัฒนาเครื่องมือหรือผลิตภัณฑ์ ทำการจดสิทธิบัตร ทำการผลิตขาย รับรองว่างานด้านเทคโนโลยีชีวภาพทำไปอีก 50 ปีก็คงไม่หมด แต่อีกส่วนที่สำคัญมากเช่นกันก็คือ เราจะต้องศึกษาและเข้าใจในส่วนพื้นฐานให้ดีก่อน

  

นอกจากงานวิจัยเกี่ยวกับยางพารา อาจารย์ยังทำงานวิจัยในส่วนอื่นอีกหรือไม่


                    ก็มีการศึกษาต้นพืชที่มีลักษณะคล้ายกับต้นยาง ตลอดจนทำการศึกษาหาโปรตีนสำคัญที่ทำให้เกิดการแพ้ในพืชชนิดอื่น ๆ อาทิเช่น ทราบว่าในอเมริกามีเด็กแพ้ถั่วลิสงกันค่อนข้างมาก ทีมงานวิจัยก็อยากรู้ว่าสาเหตุที่แพ้ถั่วลิสงมาก ๆ นั้นมาจากปัจจัยใด จึงมีโครงการที่จะพยายามขยายการศึกษาไปยังพืชชนิดอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ต่อไป  ในมุมมองของอาจารย์ คิดว่าบทบาทของยางพาราในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นเช่นไร
ศักยภาพในแง่ของผลผลิตยางแบบเก่าเพิ่มขึ้นแน่ เพราะยางราคาดี แต่ในแง่ทางเทคโนโลยีชีวภาพ ถ้าเราไม่เริ่มต้นลงทุนตั้งแต่บัดนี้ ก็เท่ากับทิ้งไปเหมือนเดิม

  

" สถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ ขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการทำงานวิจัยด้านยางพาราหรือไม่

 

 

ไม่กระทบเลย แต่กลับจะส่งผลกระทบทางบวกให้ชาวสวนยางมีชีวิตในทางที่ดีขึ้น เพราะว่าหากทีมวิจัยทำการค้นหาสารชีวเคมีที่มีมูลค่าสูงในน้ำยางกับส่วนที่ไม่ใช่น้ำยางได้สำเร็จ จะเป็นการสร้างงานให้นักวิทยาศาสตร์ไทย สร้างผลผลิตใหม่ เป็นการเพิ่มมูลค่า ชาวสวนยางจะช่วยเก็บเกี่ยวยางสดให้ทีมวิจัยนำไปเพิ่มมูลค่าต่อ เท่ากับเป็นช่องทางที่จะช่วยทำให้ชาวสวนยางมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นเยอะ และชาวสวนยางจะอยู่ได้อย่างมีความสุข ลูกหลานชาวสวนยางจะมีงานทำ เพราะสามารถกรีดยางขายได้ทุกส่วน และอาจจะมีงานพิเศษทำด้วย คือช่วยเตรียมยางตามที่ทีมวิจัยต้องการ คนจบปริญญาตรีถ้ามีสวนยาง 4-5 ไร่ ทำแค่นั้นก็ได้รายได้มากกว่าการเข้าไปทำงานโรงงานหรือบริษัทอีก

  อาจารย์เห็นด้วยหรือไม่กับโครงการที่จะมีการนำยางพาราไปปลูกในภาคเหนือ

 

  
เห็นด้วย และคิดว่าเป็นเรื่องดี เนื่องจากยางพาราเป็นพืชที่มีประโยชน์กับมนุษย์อย่างมหาศาล มีตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้นถ้าสามารถปลูกทางเหนือได้ก็ดี เพราะจัดว่าเป็นพืชที่มีศักยภาพสูง และแม้ว่าจะปลูกในภาคเหนือศักยภาพของผลผลิตน่าจะทัดเทียมกัน เพราะพบว่าทางเมืองจีนไหหลำยังสามารถปลูกได้ และยังได้ผลผลิตที่ดีมาก ต้นยางเป็นพืชที่เป็นมิตรกับเรามาก ตายแล้วก็ยังสามารถนำไม้ไปขายได้ เป็นพืชที่มนุษย์ต้องไปคำนับก้มกรีดอยู่ทุกวัน แต่เขาก็ให้ผลผลิตกลับคืนเราอย่างมหาศาลทีเดียว

  การพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ด้านยางพาราควรมีแนวทางเช่นไร

 

ขณะนี้ทั่วโลกพยายามสร้างยางในหลอดทดลองให้ได้ ทั้งที่ยังไม่รู้หลักชีวสังเคราะห์ยางที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร ไม่รู้จักวิธีการสร้างยางในธรรมชาติ จึงเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะสร้างยางในหลอดทดลองได้ จนถึงขณะนี้จะเห็นว่ามีการตีพิมพ์ผลงานเกี่ยวกับการสังเคราะห์ยางมาก แต่ว่าทุกคนไม่ได้เริ่มต้นจากน้ำยางที่สดจริง ๆ เหมือนทีมงานของเรา ซึ่งกำลังได้คำตอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

                        ด้วยเหตุนี้จึงอยากให้นักวิจัยรุ่นใหม่ด้านโพลิเมอร์ยาง หันมาศึกษาในส่วนของความรู้พื้นฐาน ทำความเข้าใจในฐานะที่ยางมาจากสิ่งที่มีชีวิต ศึกษากระบวนการสร้างยางว่า สารอะไรที่มันเกี่ยวข้อง ทำไมสารเหล่านี้จึงทำให้ยางธรรมชาติวิเศษกว่ายางสังเคราะห์ แล้วนักวิจัยจะสามารถนำสารเหล่านั้นผลิตออกมาขายเสริมกับยางสังเคราะห์ได้มั้ย คืออยากมองในแง่รู้เขารู้เรามากกว่า ในเมื่อเราเป็นเจ้าของต้นยาง จะบอกให้ชาวต่างชาติเขาช่วยมาศึกษาไม่ได้ ควรศึกษาในน้ำยางสดแต่ละชนิด แต่ละสายพันธุ์ ตลอดจนฤดูกาลเก็บเกี่ยว เมื่อนักวิจัยเข้าใจองค์ความรู้พื้นฐานดีแล้ว เชื่อว่าจะสามารถพัฒนาเทคนิคการปรับปรุงหรือปรุงแต่งโพลิเมอร์ได้ดีกว่าชนิดที่เราเคยส่งออกไปแน่ เพราะว่าโพลิเมอร์ที่เขาได้ไปมันไม่สด ไม่เหมือนกับโพลิเมอร์ในน้ำยางที่เพิ่งได้มาจากต้นยางใหม่ ๆ ที่สำคัญคือน่าจะมีกระบวนการพัฒนาจนถึงผลิตภัณฑ์สุดท้าย

  เกี่ยวกับการทำงานและส่วนตัว


                 ขอคำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นนักวิจัย เราโชคดีตรงที่ประเทศไทยมีวัตถุดิบทางการเกษตรหรือทางธรรมชาติเยอะมาก จึงอยากให้ลองเริ่มจากวัตถุดิบที่มีในบ้านเรา อย่าไปทำงานวิจัยตามชาวต่างชาติ จะทำให้เราเหนื่อยเพราะว่าต้องแข่งขันกับเขาตลอด เริ่มจากวัตถุดิบที่เขาไม่สามารถจะแข่งกับเราได้ อันนี้เราจะอยู่ได้นาน อย่างด้านยางพาราแม้ว่าจะพัฒนาไปได้ช้า แต่เราก็ยังครองได้ อย่างสิงคโปร์เขานำเข้านักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก แต่ว่าเขาไม่มีวัตถุดิบ ดังนั้นเมื่อเรามี เราจึงควรต้องหวงแหน

                          ในฐานะที่ทำงานวิจัยมาช้านาน รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับยาง และก็อยากให้คนอื่นมีความสุขเหมือนกับที่เรามี อยากให้ทำงานวิจัยในสิ่งที่ใจรัก แล้วจะมีความสุขกับงานที่ทำ แล้วจะทำให้เราไปได้ไกล โดยไม่มีแรงกดดัน อยากให้ทำงานวิจัยกับสิ่งใกล้ตัว ปัญหาที่อยู่ใกล้ตัว รวมทั้งเป็นงานวิจัยที่น่าจะส่งประโยชน์ต่อคนส่วนมาก เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ อันนั้นจะดีที่สุด อย่าทำตามความนิยม อย่าทำตามแหล่งทุน ทำอย่างที่ตนชอบ รักที่ทำสิ่งนั้นและจะดีที่สุด

จากการได้พูดคุยกับอาจารย์ถึงเบื้องหลังการทำงานวิจัยพื้นฐานด้านยางพารา ทำให้ทีมงานประชาคมวิจัยรู้สึกชื่นชมวิธีการทำงานในแบบของอาจารย์ ที่นำสิ่งใกล้ตัวมาทำวิจัย ซึ่งนอกจากเราจะพิสูจน์และยืนยันได้ว่า หากเราได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองรัก เราจะทำงานอย่างมีความสุขแล้ว สิ่งที่ทำนั้นจะยังประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศไทยได้มหาศาลทีเดียว!

เอกสารอ้างอิง:ประชาคมวิจัย ฉบับที่ 54 หน้าที่ 23-26

 

 

 
   
ครีมหมอจุฬาลักษมีแท้ 1 โหล599฿ 
princess  princessskincareproducts