แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1. กลิ่นออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของร่างกาย (stimulating)
- ยูคาลิปตัส: บรรเทาอาการหวัด ไอ
ลดไข้ ปวดศรีษะ ช่วยเรื่องความดันต่ำ บรรเทาการนอนกรน
- สะระแหน่: ทำให้สดชื่น คลายเครียด
คืนความจำ บรรเทาอาการปวด คัน อักเสบ ช่วยระบบหายใจโล่ง ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร
ทำให้อยากอาหาร
- โรสแมรี่: บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ
บรรเทาหวัด เมาค้าง และอาการปวดศีรษะ ไมเกรน นอนไม่หลับ
- ทีทรีออยล์: แก้น้ำกัดเท้า
บรรเทาหลอดลมอักเสบ ช่วยเรื่องความดันสูง ป้องกันแผลติดเชื้อ
- ตะไคร้บ้าน: ช่วยไล่ยุงและแมลง
บรรเทาหวัด แก้อาการปวดศีรษะ ไมเกรน ลดอาการอ่อนเพลียและเมื่อยล้า
-อบเชย: ช่วยในเรื่องความดันโลหิตต่ำ
นอนไม่หลับ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดประจำเดือน
-กานพลู: ลดอาการท้อแท้และหดหู่
บรรเทาอาการปวด ช่วยเรื่องการหายใจ และการย่อยอาหาร
-คาเจพุท: บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ
บรรเทาหวัด ไอ และแก้ปวดเมื่อย
-นัทเม็ก: บรรเทาอาการไข้หวัด ท้องผูก
อาหารไม่ย่อย ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ
-ซีดาร์วูด: ช่วยเรื่องหลอดลมอักเสบ สิว
รังแค แก้คัน นอนไม่หลับ หย่อยสมรรถภาพทางเพศ
-แพ็ทชูลี: ช่วยเรื่องคลายเครียด
ความดันโลหิตสูง สิว แก้รังแค แก้คัน โรคอ้วน
-สเปียร์มินท์: บรรเทาอาการปวด
ช่วยเรื่องการหายใจ การย่อย แก้คัน แก้อักเสบ
2. กลิ่นออกฤทธิให้สดชื่น (Refreshing)
-ส้มแมนดาริน: ลดอาการท้อแท้ หดหู่
ซึมเศร้า ช่วยบรรเทาการนอนไม่หลับ บรรเทาอาการของวัยหมดประจำเดือน
-ส้ม: ผ่อนคลายความเครียด
ลดอาการอ่อนเพลียเมื่อยล้า บรรเทาอาการนอนไม่หลับ
-มะนาว: ผ่อนคลายความเครียด
ลดอาการอ่อนเพลียเมื่อยล้า บรรเทาอาการนอนไม่หลับ
-มะกรูด: คลายเครียด ลดความท้อแท้
ซึมเศร้า ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
-5 ดอกไม้: ผ่อนคลายความเครียด
ลดอาการอ่อนเพลียเมื่อยล้า บรรเทาอาการนอนไม่หลับ
3. กลิ่นออกฤทธิ์ให้ผ่อนคลาย (Relaxing)
-ลาเวนเดอร์: แก้โรคน้ำกัดเท้า
บรรเทาเมาค้าง หลอดลมอักเสบ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง
คลายความปวดเมื่อย ลดความเครียด
-กระดังงา: บรรเทาอารมณ์ความท้อแท้
หดหู่ ซึมเศร้า ลดอาการอ่อนเพลีย ช่วยลดความดันสูง
-กุหลาบ: บรรเทาอาการปวดศีรษะ
อาการนอนไม่หลับ ผ่อนคลายความเครียด
-มะลิ: บรรเทาอารมณ์ท้อแท้ หดหู่
ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ หย่อนสมรรถภาพทางเพศสำหรับวัยหมดประจำเดือน
-เจอราเนียม: ช่วยลดความดันสูง
ทำให้นอนหลับสบาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แก้คัน ท้องร่วง
-ดอกส้ม: ขจัดความกังวล ท้อแท้ หดหู่
นอนไม่หลับ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ บรรเทาอาการวัยหมดประจำเดือน
-วนิลา: บรรเทาอาการนอนไม่หลับ
ลดอาการเครียด คลายกังวล หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
-ชาเขียว: ทำให้สดชื่น แก้หวัด
ผ่อนคลาย
ประเภทของน้ำมันหอมระเหย
อาจจัดแบ่งตามคุณสมบัติของการระเหยเป็น ๓ กลุ่ม คือ
๑. กลุ่มที่ระเหยง่าย (top note)
มีกลิ่นหอมแหลม ในการสูดดมจะได้รับกลิ่นก่อนน้ำมันชนิดอื่นๆ
มีลักษณะกระตุ้นมาก แทรกซึมดี มักให้ความรู้สึกร้อนหรือเย็น ทำให้จิตใจเบิกบาน
มักใช้ร้อยละ ๕-๒๐ ในตำรับของน้ำมันหอมระเหยทั้งหมด เช่น น้ำมันโหระพา เบอร์กามอต
ยูคาลิปตัส เกรฟฟรุต มะนาว ตะไคร้ เปปเปอร์มินต์
โรสแมรี่ ซินนามอน ลาเวนเดอร์ ที-ทรี เป็นต้น
๒. กลุ่มที่ระเหยได้เร็วปานกลาง (middle
note)
มีกลิ่นหอมนุ่มนวล ให้ความรู้สึกอบอุ่น
มีผลต่อการเผาผลาญพลังงานและการทำงานของร่างกาย มักใช้ในปริมาณสูงตั้งแต่ร้อยละ
๕๐-๘๐ ของตำรับ เช่น คาโมไมล์ เจอราเนียม โรสแมรี่ จูนิเปอร์ ลาเวนเดอร์ ส้ม สน
กุหลาบ กระดังงา ไธม์ เป็นต้น
๓. กลุ่มที่ระเหยได้ช้า (basic note)
มีกลิ่นจะมีลักษณะหนัก ทึบ ติดทน และดูดซึมสู่ผิวหนังได้ดี
เป็นน้ำมันที่ระงับความวุ่นวายและช่วยผ่อนคลาย ใช้ในปริมาณไม่เกินร้อยละ ๕
ของตำรับ เช่น ซีดาร์วูด มะลิ มาร์จอแรม เนโรลี ไม้จันทน์ เป็นต้น
การใช้น้ำมันหอมระเหยในสุคนธบำบัด
ปัจจุบันมีน้ำมันหอมระเหยที่ใช้และเป็นที่นิยม มีอยู่ไม่ต่ำกว่า ๖๐-๗๐ ชนิด เราสามารถประยุกต์ใช้ในสุคนธบำบัดได้หลายรูปแบบ
การใช้น้ำมันหอมระเหยห้ามใช้โดยตรงหรือสูดดมโดยตรงจะใช้ในความเข้มข้นที่ต่ำมาก
และควรนำมาทำให้เจือจางก่อน รูปแบบในการนำมาใช้สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
๑. การผสมน้ำอาบ (bathing)
การผสมน้ำมันหอมระเหยในน้ำอาบเป็นวิธีการที่ได้ทั้งการสูดดมและสัมผัสทางผิวหนัง
โดยหยดน้ำมันหอมระเหยลงในน้ำอุ่น
ปิดประตูหรือผ้าม่านแล้วแช่ตัวลงในอ่างอาบน้ำประมาณ ๑๐ นาที
พร้อมกับการสูดดมกลิ่นเข้าไป หากต้องการให้ซึมผ่านผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น
ก็ให้นำน้ำมันหอมระเหยผสมกับน้ำมันตัวพา (carrier oil) ก่อนแล้วจึงนำไปหยดลงในอ่างอาบน้ำ
หรืออาจใช้เวลาอาบน้ำโดยการตักอาบหรืออาบจากฝักบัวโดยหยดน้ำมันหอมระเหยลงบนผ้าหรือฟองน้ำ
หรือลูกบวบที่ใช้ถูตัวที่เปียกน้ำหมาดๆ แล้วถูตัวหลังจากที่อาบน้ำสะอาดแล้ว
๒. การนวดตัว (body massage)
การนำน้ำมันหอมระเหยที่ผสมกับน้ำมันตัวพา (carrier oil) แล้ว นำมานวดเพื่อช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อ ระบบประสาท เนื้อเยื่อ และผิวหนัง
ลดอาการปวดเมื่อย ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
โดยน้ำมันตัวพาสามารถใช้น้ำมันพืชซึ่งแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวแตกต่างกันไป
จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวด้วย
๓. การประคบ (compress)
การผสมน้ำมันหอมระเหยลงในน้ำสะอาด น้ำดอกไม้ที่แช่เย็น
หรือน้ำชาสมุนไพร แล้วใช้ผ้าจุ่มลงไปแช่แล้วบิดพอหมาด ถ้าใช้น้ำร้อนเรียกประคบร้อน
หากใช้น้ำเย็นเรียกประคบเย็น จากนั้นนำไปประคบบริเวณที่ต้องการ เช่น ศีรษะ
รอยฟกช้ำ บริเวณเคล็ดขัดยอก ปวดบวม ประคบนาน ๒๐-๓๐ นาที นั้นจึงก้มหน้าลงไปอังและสูดดมกลิ่นหอม
สามารถใช้ในการบำบัดโรคหวัด ไซนัส และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
๔. การสูดดม (Inhalation)
การนำน้ำมันหอมระเหยมาผสมให้เจือจางก่อน
แล้วหยดลงบนกระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้า หรือหยดลงบนหมอน (pillow talk) แล้วสูดดม หรือนำน้ำร้อนมาใส่ลงในภาชนะแล้วหยดน้ำมันหอมระเหยลงไป
จากนั้นจึงก้มหน้าลงไปอังและสูดดมกลิ่นหอม สามารถใช้ในการบำบัดโรคหวัด ไซนัส
และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
๕. การฉีดพ่นละอองฝอย (room
spray)
การนำน้ำมันหอมระเหยมาผสมกับน้ำอุ่นไม่เกิน ๔๕ องศาเซลเซียส
เขย่าให้เข้ากัน แล้วบรรจุในภาชนะที่มีหัวฉีดพ่นละออง
แล้วนำไปฉีดพ่นตามห้องหรือสถานที่ต่างๆ
๖. การผสมในเครื่องสำอาง (cosmetics)
เป็น
การนำน้ำมันหอมระเหยไปผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางซึ่งไม่มีการแต่งกลิ่น
โดยใช้น้ำมันหอมระเหยไม่เกินร้อยละ ๒ สำหรับใบหน้า และใช้น้ำมันหอมระเหยไม่เกินร้อยละ
๓ สำหรับผิวกาย
๗. การใช้เตาระเหย (fragrancers)
การนำน้ำมันหอมระเหยหยดลงในน้ำที่อยู่ในฝาหรือถ้วยเหนือเตาหรือตะเกียง
ซึ่งมีอุณหภูมิไม่เกิน ๖๐ องศาเซลเซียส
จะทำให้เกิดไอระเหยและส่งกลิ่นหอม
ช่วยสร้างบรรยากาศทำให้ผู้ได้รับกลิ่นได้รับการบำบัดอาการที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และจิตใจตามคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด
หรือใช้เตาระเหยไฟฟ้า (electric diffuser) ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ตอนกลางคืน
โดยเฉพาะห้องนอนของเด็กและยังสามารถปรับตั้งค่าการกระจายกลิ่นได้หลายระดับ
๘. การแช่มือหรือเท้า (foot bath)
การใช้น้ำมันหอมระเหยหยดลงในน้ำอุ่นในกะละมังแล้วแช่มือหรือเท้า
ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที เพื่อช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่มือและเท้า
และช่วยลดอาการปวดศีรษะ ปวดไมเกรน
๙. การกลั้วคอหรือบ้วนปาก
การใช้น้ำมันหอมระเหย ๒-๓ หยดผสมในน้ำ ๑ ส่วน ๔ แก้ว
คนให้ทั่วแล้วกลั้วคอหรือบ้วนปาก เพื่อบำบัดโรคในช่องปาก ช่องคอ เช่น
ลดความเจ็บปวด ลดการอักเสบ หรือฆ่าเชื้อโรค
๑๐. การจุดเทียนหอม (scented candles)
การผสมน้ำมันหอมระเหยลงในเทียน
เมื่อเวลาจุดเทียนจะได้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหย คล้ายกันกับการใช้เตาระเหย
นอกจากนี้ อาจใส่ลงในบุหงารำไป (potpourri) หรือกลีบดอกไม้แห้ง
ใบไม้แห้ง
เมล็ดพันธุ์บางชนิดที่อบแห้งแล้วนำมาพรมด้วยกลิ่นน้ำมันหอมระเหยตามที่ต้องการ
|