ร้านสุวิก [Powered by Weloveshopping.com.com]
  http://www.Weloveshopping.com/shop/client/000032/suwig  
  
  ค้นหา :
  
Live Support   แจ้งการชำระเงิน   รถเข็น: 0   
 สถิติของร้าน
  เปิดร้าน
19/05/2009
  ปรับปรุง
17/07/2016
  ผู้ชมทั้งหมด
615,725
  สินค้าทั้งหมด
205
 
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
ประมูลสินค้า
ดัชนีราคาสินค้า
ดูสินค้าทั้งหมด

ชุดนักเรียน (6)
ชุดครุยบัณฑิตน้อย (40)
ปกวุฒิบัตร (2)
ชุดพละ (9)
เสื้อแจ็กเก็ตผ้าร่ม (27)
เสื้อแจ็กเก็ตผ้าย่น เกรดA (9)
กระเป๋าเป้นักเรียนอนุบาล (17)
กระเป๋าเป้นักเรียนประถม (10)
กระเป๋าเป้นักเรียนมัธยม (8)
ที่นอนเด็กอนุบาล (3)
ผ้ากันเปื้อนอนุบาล (1)
ชุดวงโยธวาทิต (40)
หมวกวงโยธวาทิต (2)
ชุดเต้น-ดรัมเมเยอร์-ปอมปอมเชียร์-ชุดไทย-ชุดวงโยฯ  (30)
ผ้าม่านเวทีการแสดง (0)
กระเป๋าผ้า-ถุงผ้า (1)
บริการของร้าน
หน้าแรก
ข่าวสาร
เว็บบอร์ด
สอบถามผ่านออนไลน์
คำถามที่พบบ่อย
บทความน่าสนใจ
สมัครสมาชิก
หน้าสมาชิก
วิธีการสั่งซื้อ
วิธีการชำระเงิน
วิธีการรับสินค้า
แจ้งการชำระเงิน
เช็คสถานะการส่งสินค้า
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
My Favorite
ตั้งเป็นหน้าแรก
รับข่าวสารจากทางร้าน

สมัคร ยกเลิก
Poll
By Result
ลิงค์
  วิกผม ชุดเต้น ชุดบัณฑิตน้อย
  nuntrendy
  เพราะฉันอยากสวย
  evileyebkk.com
  infinity shop
  hershoe-shop
    บทความน่าสนใจ
  แนวทางการจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียน ภายใต้แผนปฎิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555
   รายละเอียด  

แนวทางการจัดซื้อหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์

เพื่อให้บริการในห้องสมุดโรงเรียน

(ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555)

 

 

หนังสือเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน     ทำให้เกิดการใฝ่รู้ใฝ่เรียนและเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้  ได้กำหนดให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่อง  และมาตรา 25 รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และยกระดับความสามารถในการอ่าน รวมทั้งพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ทั้งในและนอกสถานศึกษา ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานสู่การปฏิบัติให้เกิดความชัดเจนและความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ควรส่งเสริมให้ห้องสมุดมีหนังสือที่มีสารประโยชน์  มีปริมาณเพียงพอ และเหมาะสมตรงกับความต้องการของผู้เรียน และส่งเสริมการใช้หนังสือเพื่อการอ่านและการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้จัดทำแนวปฏิบัติในการจัดหาหนังสือเข้าห้องสมุด เพื่อใช้ประกอบการคัดเลือกซื้อหนังสือและใช้หนังสือที่มีในห้องสมุดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

วัตถุประสงค์

            1.  เพื่อให้สถานศึกษามีแนวทางในการจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดที่เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม

                2.   เพื่อให้ห้องสมุดมีหนังสือที่มีสารประโยชน์  เหมาะสม และตรงกับความต้องการของผู้เรียน

3.  เพื่อส่งเสริมการใช้หนังสือเพื่อการอ่านและการเรียนรู้ให้มากยิ่งขึ้น

4.  เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหนังสือ/สื่อสิ่งพิมพ์

1.  เนื้อหาสาระ  หนังสือที่คัดเลือกไว้ในห้องสมุดให้พิจารณาในประเด็นหลักดังนี้  หากเป็นประเภทอ้างอิงหรือสารคดีจำเป็นต้องคำนึงถึงสาระที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้  มีความเป็นปัจจุบัน ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ หากเป็นประเภทบันเทิงคดีหรือส่งเสริมการอ่าน  ควรมีเนื้อหาสาระรวมทั้งใช้ภาษาที่สร้างสรรค์ ส่งเสริมจินตนาการ  และศีลธรรมอันดีงาม ไม่เป็นพิษภัยต่อการอ่าน เหมาะสมกับวัย  สนุกสนานเร้าความสนใจ  จูงใจผู้อ่านให้เกิดความเพลิดเพลิน  ก่อให้เกิดนิสัยรักการอ่านและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตได้

2.  ความถูกต้องของข้อมูล  มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับหนังสือประเภทอ้างอิง  สารคดี และหนังสือวิชาการอื่น ๆ   ตลอดจนหนังสืออ่านเพิ่มเติมตามกลุ่มประสบการณ์ต่าง ๆ  ให้พิจารณาในเรื่องของความเที่ยงตรง  ความน่าเชื่อถือ  แหล่งที่มาของข้อมูล  แหล่งค้นคว้า  มีการอ้างอิงและมีบรรณานุกรมถูกต้องชัดเจน   และได้รับลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย

3.  ภาพประกอบของหนังสือ  ควรพิจารณาด้านความถูกต้อง และเหมาะสมกับประเภทของหนังสือ  ความสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง  ความชัดเจนของภาพ  เหมาะสมกับวัย มีสีสันสวยงาม รวมทั้งมีสัดส่วนเหมาะสมกับหน้ากระดาษ

4.  การใช้ถ้อยคำสำนวนภาษา  ใช้ภาษาถูกต้อง สื่อความหมายได้ชัดเจน อ่านเข้าใจง่าย    เหมาะสมกับประเภทและเนื้อหาของหนังสือ รวมทั้งวัยของผู้อ่าน กรณีหนังสือทางวิชาการ  คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ  ถ้ามีการบัญญัติศัพท์ภาษาไทยแล้ว ควรใช้ภาษาไทยและกำกับด้วยภาษาอังกฤษ

5.  ความถูกต้องตามอักขรวิธี  ภาษาที่ใช้ในหนังสือประเภทต่าง ๆ  ต้องคำนึงถึงความถูกต้องตามอักขรวิธี  เช่น  การใช้ตัวสะกด  การันต์  คำควบกล้ำ  เป็นต้น รวมทั้งการใช้คำชนิดต่าง ๆ  เช่น  คำนาม  สรรพนาม  อักษรย่อ  เป็นต้น  ใช้ภาษาพูด  ภาษาเขียนได้ถูกต้องตามสถานการณ์ของเรื่องนั้น ๆ  และเหมาะสมกับวัยของผู้อ่าน

6.  ราคาหนังสือ  การพิจารณาราคาหนังสือต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้านปริมาณและคุณภาพของหนังสือ  โดยพิจารณาจากชนิดของกระดาษ  ขนาด  จำนวนหน้า  รูปแบบ  และเทคนิคการผลิต  ภาพประกอบ  ความยากง่ายในการเก็บข้อมูลและเนื้อหา

7. ส่วนลดของราคาหนังสือ  หนังสือที่จัดซื้อส่วนใหญ่จะได้รับส่วนลด ควรนำส่วนลดดังกล่าวมาจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ถ้าหนังสือเล่มใดมีส่วนลดมากเป็นพิเศษควรพิจารณาให้รอบคอบ  เพราะอาจจะทำให้ได้หนังสือที่ไม่มีคุณภาพ  หรือให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องไม่ทันสมัย

8.  องค์ประกอบอื่น ๆ  นอกจากการพิจารณาดังกล่าวมาแล้ว  อาจมีองค์ประกอบอื่น ๆ  ที่ควรพิจารณา  เช่น  ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ  เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ  จำนวนครั้งที่พิมพ์  ปีที่พิมพ์  มีส่วนประกอบของหนังสือครบถ้วน  เป็นหนังสือที่ชนะการประกวดหรือผ่านการคัดเลือกโดยหน่วยงาน  สถาบัน  องค์กรต่าง ๆ  หรือข้อมูลอื่น ๆ  ที่สถานศึกษาพิจารณาตามความต้องการและความเหมาะสม

ประเภทหนังสือที่ควรจัดซื้อ

            สถานศึกษาควรจัดซื้อหนังสือให้ครบทุกประเภท  โดยให้มีสัดส่วนของประเภทหนังสือที่เหมาะสม และมีปริมาณเพียงพอกับผู้อ่าน  โดยใช้เกณฑ์จำนวนหนังสือต่อจำนวนนักเรียน คือประมาณ 5-10 เล่มต่อนักเรียน 1 คน ดังนั้น ถ้ามีนักเรียน 200 คน  ควรมีหนังสือในห้องสมุดไม่น้อยกว่า 1,000-2,000 เล่ม  ในขณะที่องค์การยูเนสโก  โดยหน่วยงานที่ใช้ชื่อว่า Internation Federation & Library and Information Institutions (IFLA)   ได้กำหนดจำนวนหนังสือต่อนักเรียนไว้ที่ หนังสือ 10 เล่มต่อนักเรียน 1 คน  ส่วนประเทศอังกฤษ โดยหน่วยงานที่ใช้ชื่อว่า Chartered Institute of Library and Information Professionals (CILIP) กำหนดจำนวนหนังสือต่อนักเรียนไว้ที่ หนังสือ 13 เล่มต่อนักเรียน 1 คน    หนังสือในห้องสมุดควรมีเนื้อหาหลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้  สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจของสถานศึกษา  

ทั้งนี้  ในการกำหนดจำนวนหนังสือ  โรงเรียนควรพิจารณาจำนวนหนังสือโดยแยกประเภท เช่น หนังสือประกอบการเรียนการสอนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ  ควรกำหนดให้มีจำนวนหนังสือต่อนักเรียนมากกว่าหนังสือประเภทอื่น ๆ  ถ้าเป็นหนังสือเรียนจำเป็นต้องจัดซื้อเท่าจำนวนนักเรียน  แต่ถ้าเป็นหนังสือพิมพ์ หรือวารสาร นิตยสาร  การ์ตูน หนังสือบันเทิงคดีต่าง ๆ   โรงเรียนจัดซื้อได้หลายรายชื่อตามความต้องการ  ซึ่งแต่ละรายชื่อ ไม่จำเป็นต้องยึดอัตราส่วน 5 เล่มต่อนักเรียน 1 คน โรงเรียนอาจจัดซื้อฉบับละ 1-2 เล่มก็เพียงพอแล้ว   

ประเภทหนังสือที่ควรมีในห้องสมุดโรงเรียน   ได้แก่

1.  หนังสืออ้างอิง  เป็นหนังสือที่ใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษาค้นคว้า ที่ช่วยให้ผู้อ่านสามารถแสวงหาความรู้  ข้อเท็จจริง และตอบคำถามได้ในเวลาที่รวดเร็ว  เพราะหนังสืออ้างอิงจะมีการจัดลำดับเนื้อหาไว้อย่างมีระเบียบ หนังสืออ้างอิงที่ควรจัดไว้ในห้องสมุด ได้แก่

1.1  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 

1.2  พจนานุกรม  อังกฤษ – ไทย 

1.3  พจนานุกรม  ไทย – อังกฤษ 

1.4 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เล่มใหญ่ และฉบับเสริมการเรียนรู้)

1.5  สารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน 

1.6  สารานุกรมวิทยาศาสตร์ 

1.7  อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน 

1.8  สารานุกรมทั่วไป

1.9  หนังสือพระราชนิพนธ์  พระนิพนธ์  และนิพนธ์ต่าง ๆ

                             ฯลฯ

2.  หนังสือสารคดี   เป็นหนังสือที่มุ่งให้ความรู้แก่ผู้อ่าน  มีเนื้อหาครอบคลุมวิชาการสาขาต่าง ๆ  ที่มิใช่หนังสือเรียน  เนื้อหาควรประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับภาษาไทย  คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  สุขศึกษาและพลศึกษา  ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี  และภาษาต่างประเทศ  รวมทั้งสารคดีเรื่องอื่น ๆ ตามความต้องการของนักเรียน และโรงเรียน

3.  หนังสือบันเทิงคดี  เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาให้ความบันเทิงแก่ผู้อ่าน  เป็นการเขียนขึ้นจากประสบการณ์หรือจินตนาการ  โดยอาศัยเค้าโครงความจริงของชีวิตและสังคม  ผู้อ่านจะได้รับความเพลิดเพลิน และข้อคิด คติเตือนใจที่ผู้เขียนสอดแทรกไว้ในเรื่อง  ซึ่งประกอบด้วย

3.1  หนังสือนวนิยาย

3.2  หนังสือรวมเรื่องสั้น

3.3  หนังสือบทละคร

3.4  หนังสือร้อยกรอง

4.  หนังสือเด็กและเยาวชน  เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเหมาะสมกับวัยของเด็ก มีกลวิธีในการเขียนพร้อมภาพประกอบเรื่องที่ชวนอ่านและติดตาม มีศิลปะในการจัดทำอย่างประณีตงดงาม โดยทั่วไปผู้เขียนจะกำหนดวัยของผู้อ่าน    หรือระดับความรู้ความสามารถของผู้อ่านประกอบการเขียนเช่น หนังสือสำหรับเด็กปฐมวัย  ควรเป็นหนังสือขนาดไม่ใหญ่มากนัก มีภาพมากกว่าตัวหนังสือ  ภาพต้องมีความชัดเจน  สีสันสวยงาม  น่าสนใจ  ถ้าเป็นหนังสือสำหรับเด็กมัธยม  จะมีสัดส่วนของตัวหนังสือมากกว่าภาพประกอบ  มีการใช้คำและภาษาที่มีความซับซ้อน  เป็นต้น   

5.  หนังสือเสริมประสบการณ์  เป็นหนังสือที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนในการศึกษาค้นคว้าให้มีความรู้กว้างขวางยิ่งขึ้น  เนื้อหาสาระอิงหลักสูตร  ช่วยให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้อ่านเกิดทักษะในการอ่านและมีนิสัยรักการอ่านมากยิ่งขึ้น  เช่น  หนังสืออ่านนอกเวลา  หนังสืออ่านเพิ่มเติม  หนังสือส่งเสริมการอ่าน  เป็นต้น

6.  หนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์สำหรับครู   เช่น  เหลักสูตร  ตำรา ทฤษฎี เทคนิคการจัดการเรียนการสอน   เอกสารประกอบหลักสูตร  คู่มือครู แผนการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ  เอกสารผลงานวิจัย   การพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน    เป็นต้น

7.  วารสารและนิตยสาร 

8.  หนังสือพิมพ์

8.1  หนังสือพิมพ์ภาษาไทย 

8.2  หนังสือพิมพ์ภาษาต่างประเทศ 

                                9.  หนังสือแปลและหนังสือต่างประเทศ   ห้องสมุดโรงเรียนควรมีการจัดซื้อหนังสือแปลและหนังสือที่พิมพ์โดยใช้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ  ภาษาจีน  ภาษาฝรั่งเศส  ภาษาเยอรมัน  เป็นต้น  โดยพิจารณาจากการจัดการเรียนการสอนภาษาของแต่ละโรงเรียน หรือความต้องการของนักเรียน และครู  เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือหรือสื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นภาษาต่างประเทศตามที่ได้เรียนในชั้นเรียน    การอ่านหนังสือที่เขียนโดยเจ้าของภาษาจะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ทั้งด้านคำศัพท์  รูปประโยค  การใช้สำนวนภาษา   ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการเรียนภาษาต่างประเทศให้กับนักเรียน   การพิจารณาเลือกซื้อหนังสือแปลหรือหนังสือต่างประเทศ  โรงเรียนอาจต้องได้รับคำปรึกษาจากครูผู้สอนภาษานั้น ๆ  หรือครูชาวต่างประเทศ  เพื่อพิจารณาทั้งด้านความถูกต้องของเนื้อหาสาระ  การใช้ภาษาและไวยากรณ์  การใช้ภาพประกอบ  ความเหมาะสมกับวัยของนักเรียน  และประโยชน์ที่ได้จากหนังสือนั้น ๆ   

                        การเลือกซื้อหนังสือแปลหรือหนังสือที่พิมพ์โดยใช้ภาษาต่างประเทศ  ให้โรงเรียนพิจารณาได้ตามความเหมาะสม หรืออยู่ในดุลยพินิจของแต่ละโรงเรียน  เช่น โรงเรียที่เปิดสอนระดับประถมศึกษาที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก อยู่ในสภาพขาดแคลนหนังสือ  อาจต้องพิจารณาเลือกซื้อหนังสือที่จำเป็นและจัดพิมพ์เป็นภาษาไทยก่อนเป็นอันดับแรก   แต่ในกรณีโรงเรียนมัธยมศึกษา  การเลือกซื้อหนังสือในกลุ่มนี้อาจมีความจำเป็น  เพื่อเป็นการพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพสู่ระดับสากล   แล้วจะซื้อจำนวนเท่าใด  การพิจารณาก็เช่นเดียวกัน  หนังสือที่จำเป็นหรือมีประโยชน์ต่อนักเรียนมาก ควรซื้อจำนวนมาก  และลดจำนวนลงตามความสำคัญของหนังสือนั้น ๆ 

แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือ

          สถานศึกษาสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือได้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้

          1. รายชื่อหนังสือและสิ่งพิมพ์ที่จัดทำโดย  หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน  ซึ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ จำนวนหน้า บางชนิดอาจมีบรรณนิทัศน์ประกอบ

2. บทวิจารณ์และแนะนำหนังสือจากสิ่งพิมพ์  เช่น  วารสาร  นิตยสาร  หนังสือพิมพ์  เป็นต้น

3.  การสำรวจความต้องการหนังสือของนักเรียน  ครู  ผู้บริหาร รวมถึงผู้ปกครอง

4. รายการหนังสือของสำนักพิมพ์  หรือเอกสารความรู้เกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายหนังสือของสำนักพิมพ์ ซึ่งจัดทำในรูปแบบต่างๆ  เช่น  หนังสือ  วารสาร  นิตยสาร  หนังสือพิมพ์  แผ่นปลิว   เป็นต้น

5. การแนะนำหนังสือทางวิทยุ โทรทัศน์  อินเทอร์เน็ต  และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

6. งานมหกรรม/นิทรรศการหนังสือ   งานสัปดาห์หนังสือ และงานที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ

บทบาทของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/สถานศึกษา

            การจัดซื้อหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อให้บริการในห้องสมุดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา  ควรมีดำเนินงานดังต่อไปนี้

            สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

1. ส่งเสริมสนับสนุน  และให้คำปรึกษาในการจัดซื้อหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์  เพื่อให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้  และถูกต้องตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง  โปรดศึกษาระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างจากเอกสารของสำนักการคลังและสินทรัพย์  สพฐ.  การดำเนินการจัดซื้อหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ ควรใช้แนวทางเดียวกับการจัดซื้อหนังสือตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี คือมีการดำเนินการในรูปของภาคี 4 ฝ่าย  ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนครู ผู้แทนนักเรียน  ผู้แทนผู้ปกครอง  ผู้แทนกรรมการสถานศึกษา และหรือผู้แทนชุมชน   ทั้งนี้ควรมีการแนะนำให้มีการจัดซื้อหนังสือที่หลากหลายตามความต้องการของผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม  กล่าวคือไม่ควรซื้อหนังสือโดยเลือกจากสำนักพิมพ์ใด สำนักพิมพ์หนึ่งโดยเฉพาะ   การจัดซื้อควรให้มีการต่อรองเรื่องส่วนลด และให้ใช้ส่วนลดที่ได้ในการจัดซื้อหนังสือ

2. กำหนดหรือแต่งตั้งให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลด้านการจัดซื้อทั้งระดับ สพท. และโรงเรียน

3. จัดนิทรรศการ/ตลาดนัดหนังสือโดยเชิญชวนร้านค้าและสำนักพิมพ์ต่างๆ มาร่วมจำหน่ายหนังสือ หรือดำเนินการตามความเหมาะสม เพื่อให้สถานศึกษาได้รับรู้ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นแหล่งข้อมูลในการช่วยพิจารณาคัดเลือกหนังสือที่มีสารประโยชน์ตรงกับสภาพความต้องการของผู้เรียน

4.  ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการใช้หนังสือเพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ทั้งใน  นอกห้องเรียน  และนอกโรงเรียน  เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านและการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

5.  ให้มีการนิเทศ  กำกับติดตามและรายงานอย่างเป็นระบบทั้งในการจัดซื้อหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์  และการส่งเสริมให้ใช้หนังสือเพื่อการอ่านและการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิผล

6. สรุป และรายงานผลการดำเนินงานเสนอสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 

 

สถานศึกษา

· ผู้บริหาร

1. ดำเนินการให้มีการจัดซื้อหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อให้บริการในห้องสมุดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ  เพื่อให้ห้องสมุดมีหนังสือที่มีคุณภาพ และเพียงพอต่อความต้องการและจำนวนผู้ใช้  ซึ่งได้แก่ นักเรียน  ครู  และผู้เกี่ยวข้อง

2. แต่งตั้งคณะกรรมการ  การดำเนินการจัดซื้อหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ ควรใช้แนวทางเดียวกับการจัดซื้อหนังสือตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี คือมีการดำเนินการในรูปของภาคี 4 ฝ่าย  ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนครู (ในที่นี้ควรมีครูบรรณารักษ์  ผู้แทนครู 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้)   ผู้แทนนักเรียน  ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนกรรมการสถานศึกษา และ หรือผู้แทนชุมชน

3. ดำเนินการจัดซื้อตามงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร และรายชื่อที่คัดเลือกไว้ การจัดซื้อหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ควรมีความหลากหลายตามความต้องการของผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม  กล่าวคือไม่ควรซื้อหนังสือโดยเลือกจากสำนักพิมพ์ใด สำนักพิมพ์หนึ่งโดยเฉพาะ   การจัดซื้อควรมีการต่อรองเรื่องส่วนลด และให้ใช้ส่วนลดที่ได้ในการจัดซื้อหนังสือ  เมื่อได้รับงบประมาณแล้วให้คำนวณงบประมาณกับหนังสือที่ได้จัดลำดับความสำคัญไว้แล้ว  หรือเลือกซื้อทุกกลุ่มตามความต้องการ   การจัดลำดับจัดได้ดังนี้

   3.1  กลุ่มหนังสือประกอบการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

   3.2  กลุ่มหนังสือที่ทุกโรงเรียนต้องมี ได้แก่ หนังสือพระราชนิพนธ์  พระนิพนธ์  นิพนธ์  หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  หนังสือดีที่เด็กและคนไทยควรอ่านตามพระราชวิจารณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ   ที่ได้พระราชทานให้กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการอ่าน ประจำปี 2552  (ได้แก่   รามเกียรติ์  อิเหนา  กาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ  พระราชพิธีสิบสองเดือน  นิทานชาดก)  พจนานุกรมไทย  พจนานุกรมไทย-อังกฤษ   เป็นต้น  กลุ่มหนังสือดีที่เด็กควรได้อ่าน  ได้แก่หนังสือที่ผ่านการประกวด  หรือผ่านการคัดเลือกโดยหน่วยงาน  หรือองค์กร หรือคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  เป็นต้น 

   3.3  กลุ่มหนังสือตามความสนใจของผู้ใช้บริการ  และอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร

                                              ฯลฯ

4.   มีนิเทศ กำกับติดตาม ประเมินผล สรุปและรายงานผลการดำเนินงานเสนอเขตพื้นที่การศึกษา

· ครูบรรณารักษ์

1. สำรวจประเภท และจำนวนหนังสือตามกลุ่มและประเภทข้างต้น  ทั้งด้านความเพียงพอ ความต้องการเพิ่มเติม  และสภาพของหนังสือ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการคัดเลือกและจัดซื้อหนังสือใหม่

2. สำรวจหรือเก็บรวบรวมข้อมูลความต้องการหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ของผู้ใช้บริการ ได้แก่ นักเรียน ครู  ผู้บริหาร  ผู้ปกครอง  หรือบางโรงเรียนอาจรวมถึงชุมชนที่เข้ามาใช้บริการห้องสมุด  ทั้งประเภท  รายชื่อหนังสือ และจำนวนที่พอเหมาะกับการให้บริการ

3.  จัดทำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับรายชื่อหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ได้จากข้อมูลในข้อ 1 และ 2

 

การคัดเลือกหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อให้บริการในห้องสมุด

โรงเรียนควรพิจารณาอย่างไร

        การคัดเลือกหนังสือและสื่อเข้าห้องสมุดโรงเรียน  ควรดำเนินการเช่นเดียวกับการดำเนินการตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี คือมีการดำเนินงานในรูปของกรรมการที่มีส่วนร่วมของภาคี 4 ฝ่าย  ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนครู (ในที่นี้ควรมีครูบรรณารักษ์  ผู้แทนครู 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้)   ผู้แทนนักเรียน  ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนกรรมการสถานศึกษา และ หรือผู้แทนชุมชน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกและเสนอรายชื่อหนังสือและสื่อการเรียนรู้ด้วย  การเลือกหนังสือ สื่อการเรียนรู้ให้พิจารณาเป็น 4 ประเภท ดังนี้ (นอกเหนือจากนี้  โรงเรียนสามารถเพิ่มเติมในส่วนที่เป็นความต้องการได้ เช่น  ของเล่นเด็กเชิงสร้างสรรค์  แผนที่ ลูกโลก  ฯลฯ)

                        1.  หนังสือที่ห้องสมุดทุกแห่งต้องมี  ได้แก่ หนังสือพระราชนิพนธ์ พระนิพนธ์ นิพนธ์ในพระองค์ต่าง ๆ  และหนังสือในพระราชวิจารณ์ของสมเด็จพระนางเจ้า  เช่น หนังสือสารานุกรม  พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน  หนังสือพจนานุกรมไทย-อังกฤษ  และหนังสือพจนานุกรมอังกฤษ-ไทย ฯลฯ (สำหรับรายชื่อหนังสือในกลุ่มนี้จะได้นำรายชื่อขึ้นในเว็บไซต์ของ สพฐ. ต่อไป)

                        2.  หนังสือดีที่เด็กควรอ่าน  ให้คัดเลือกจากหนังสือที่ผ่านการประกวดหรือการคัดเลือกจากจากหน่วยงาน  องค์กร  หรือคณะกรรมการต่าง ๆ  เช่น  หนังสือชนะการประกวดหนังสือดีเด่นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   หนังสือ 100 เล่ม ที่เด็กไทยควรอ่าน  หนังสือดีที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนคัดสรร เช่น สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา   สำนักงานอุทยานการเรียนรู้    สมาคม/สมาพันธ์/มูลนิธิต่าง ๆ ฯลฯ 

                        3.  หนังสือเสริมความรู้  ได้แก่  หนังสือความรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้  หนังสืออ่านประกอบ หนังสือเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือสารคดี  วารสาร/ จุลสาร หนังสือเสริมความรู้ด้านอื่น ๆ  เช่น คอมพิวเตอร์ งานประดิษฐ์ การแต่งกลอน การทำการเกษตร ความรู้ด้านการเมือง การปกครอง กฎหมาย และหนังสืออื่น ๆ ตามความต้องการ ฯลฯ

                        4.  หนังสือเพื่อการศึกษาค้นคว้าสำหรับครู   ได้แก่ คู่มือครู 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เอกสารประเภทตำรา/ทฤษฎีทางวิชาการ หนังสือความรู้อื่น ๆ ที่จำเป็น  เทคนิคการจัดการเรียนการสอน/การผลิตสื่อ วารสาร/จุลสารทางวิชาการ และหนังสืออื่น ๆ ตามความต้องการ ฯลฯ

                    5.  สื่ออิเล็กทรอนิกส์  ได้แก่ สื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 ประเภทต่าง ๆ  ดังนี้

5.1 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction)

5.2 บทเรียนคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์เฉพาะ (Learning Object)

                        5.3 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Book)

5.4 วิดิทัศน์ (VCD , VDO CD , DVD)

5.5 เกมการศึกษา (Education Game)

5.6 โปรแกรมการสอนสำเร็จรูปสถานการณ์จำลอง (Simulation)

โรงเรียนดำเนินการโดยแต่งตั้งคณะกรรมการเช่นเดียวกับการจัดซื้อหนังสือ/สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อคัดเลือกสื่ออิเล็กทรอนิกส์  สำหรับห้องสมุดโรงเรียน  ซึ่งประกอบด้วยภาคี 4 ฝ่าย

 

 

 

การแบ่งสัดส่วนงบประมาณในการจัดซื้อหนังสือ/สื่อสิ่งพิมพ์

และสื่ออิเล็กทรอนิกส์

                            ² หนังสือ รายการที่ 1-4           ประมาณ  ร้อยละ 70

         ² สื่ออิเล็กทรอนิกส์ รายการที่ 5  ประมาณ  ร้อยละ 30

 

 

_______________________________แหล่งที่มา.... ขอขอบคุณ__________________

กลุ่มพัฒนาและส่งเสริมวิทยบริการ

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา  สพฐ.


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :  
ผู้ลงบทความ : สุ (www.suwig.com)  
 
By ร้านสุวิก.
Copyright 2003-2009 Weloveshopping.com All rights reserved.