ทีคอม [Powered by Weloveshopping.com.com]
  http://www.tcomprint.com  
     
  ค้นหา :
  
สถิติของร้าน
  เปิดร้าน
25/06/2008
  ปรับปรุง
12/06/2012
  ผู้ชมทั้งหมด
326,078
  สินค้าทั้งหมด
22

 
 
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
ดัชนีราคาสินค้า
ดูสินค้าทั้งหมด

ปริ้นงานเลเซอร์(E-book,งานทั่วไป) (2)
รับทำหนังสือรุ่น,ทำเนียบรุ่นต่างๆ (2)
ขายหมึก Laser ขาวดำ (2)
ขายหมึก InkJet ทุกยี่ห้อ (0)
หมึกเครื่องถ่ายเอกสาร (2)
กระดาษถ่ายเอกสาร (0)
กระดาษโฟโต้ (4)
แผ่น CD + DVD (3)
ถ่ายเอกสาร (2)
ถ่ายเอกสารสี (1)
ซ่อม ตรวจเช็คคอมพิวเตอร์ (1)
ปริ้นเตอร์มือสอง (1)
บริการเติมหมึกเลเซอร์ (1)
รับ Plot แบบ A4-A3 (1)
บริการของร้าน
หน้าแรก
ข่าวสาร
ตั้งเป็นหน้าแรก
เว็บบอร์ด
วิธีการสั่งซื้อ
ติดต่อเรา
วิธีการชำระเงิน
วิธีการรับสินค้า
แจ้งการชำระเงิน
เกี่ยวกับเรา
ลิงค์
  google
  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
  ผู้จัดการออนไลน์
  kapook
  Tcom มอใหม่
  Teenee.Com
  เดลินิวส์
  สนุกดอทคอม
  หรรษาดอทคอม

บทความ
    บทความน่าสนใจ
  ปัญหาโลกร้อน
   รายละเอียด  

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของงานสื่อสารสังคม (สกว.) กับวิชาการ.คอม
ฉบับที่ 79 ปีที่ 13 ประจำเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พ.ศ. 2551
URL:
http://www.trf.or.th

ศุภกร ชินวรรโณ
ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์ วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย






            ประเด็นเรื่องโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้เป็นเรื่องที่พูดกันมากในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา ซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากกระแสการตื่นตัวในประเด็นที่จัดว่าเป็นปัญหาระดับโลกซึ่งส่งผลมาถึงประเทศไทย และกระแสการตื่นตัวดังกล่าวก็ได้รับการผลักดันจากภาพยนตร์ An Inconvenience Truth ทำให้ประเด็นดังกล่าวยิ่งเป็นเรื่องที่สนใจกันอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น 

            อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่เรายังมีความรู้กันน้อยมาก การพูดถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยในระยะที่ผ่านมาก็มักเป็นการคาดคะเนเอาจากผลการศึกษาในระดับโลกซึ่งเป็นการวิเคราะห์ในระดับกว้างๆ โดย scale ที่ใช้ในการวิเคราะห์นั้น เป็น scale ขนาดใหญ่ ซึ่งไม่สามารถระบุการเปลี่ยนแปลงในอนาคตในพื้นที่ประเทศไทยได้ชัดเจนนัก  

           ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์ วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   จึงได้ดำเนินโครงการวิจัยในการจัดทำการจำลองสภาพภูมิอากาศรายวันในอนาคตในช่วงคริสต์ศักราช 2010 ถึง 2099 โดยเป็นการจำลองสภาพภูมิอากาศที่มีความละเอียดเชิงพื้นที่สูง และครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทยทั้งหมดตลอดจนประเทศข้างเคียงเพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคนี้อันเป็นผลจากภาวะโลกร้อน เพื่อให้เกิดผลการศึกษาที่สามารถนำไปใช้ศึกษาต่อในเรื่องผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อระบบและภาคส่วนต่างๆ ในประเทศไทย รวมถึงผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นข้ามขอบเขตพรมแดนของประเทศไทยด้วย   ผลที่ได้จะนำไปสู่การศึกษาถึงภาวะเสี่ยงต่อความเดือดร้อนและแนวทางการปรับตัวต่อสถานการณ์อนาคตต่อไป 

           การจำลองสถานการณ์สภาพภูมิอากาศอนาคตในโครงการนี้จะเป็นการจำลองสภาพอากาศที่มีความละเอียดเชิงพื้นที่ที่ 0.22° หรือ ประมาณ 25 กิโลเมตร การดำเนินการจะเป็นการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ PRECIS (Providing REgional Climates for Impacts Studies) (http://precis.metoffice.com/) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย The Met Office Hadley Center for Climate Change ประเทศอังกฤษ ในการจำลองสภาพอากาศ โดยใช้ชุดข้อมูล Global dataset ECHAM4 A2 เป็นข้อมูลพื้นฐานในการคำนวณ และผลจากการศึกษาจนถึงขณะนี้มีผลสรุปขั้นต้นที่สามารถนำมาเผยแพร่ได้ดังนี้
 


            • การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสูงสุด  ในช่วงต้นศตวรรษจนถึงปลายทศวรรษที่ 2030 อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยไม่ได้เพิ่มขึ้นไปจากเดิมในช่วงปลายศตวรรษก่อนมากนัก โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ระหว่าง 34-36 องศาเซลเซียส แต่ประเด็นที่สำคัญคือ พื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงสุดในช่วงดังกล่าวจะแผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น จนปกคลุมภาคกลางทั้งหมด ภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงบางส่วนของภาคใต้ และในช่วงปลายศตวรรษอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยตลอดทั้งปีจะเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 3-4 องศาเซลเซียส ไปอยู่ที่ 38-40 องศาเซลเซียส และขยายขอบเขตออกไปปกคลุมพื้นที่ประเทศไทยเกือบทั้งหมด ในส่วนของระยะเวลาที่มีอากาศร้อนในรอบปีนั้น ผลจากการคาดการณ์แสดงให้เห็นว่าฤดูร้อนจะยืดยาวขึ้น ในช่วงปลายทศวรรษที่ 2030 ภาคกลางทั้งหมด รวมถึงบางส่วนของภาคใต้จะมีจำนวนวันที่มีอากาศร้อนมากกว่า 8 เดือน กระทั่งถึงปลายศตวรรษ พื้นที่ตั้งแต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฤดูร้อนที่ยาวนานกว่า 8 เดือน


            • การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิต่ำสุด  ในช่วงต้นศตวรรษนี้อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยจะมีแนวโน้มสูงขึ้นจนถึงปลายทศวรรษที่ 2030    โดยพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยมากกว่า 24 องศาเซลเซียสซึ่งสูงขึ้นกว่าช่วงปลายศตวรรษที่ผ่านมาเล็กน้อย ส่วนในภาคเหนืออุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยยังคงอยู่ในเกณฑ์ 18-22 องศาเซลเซียส แต่พื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำจะลดลงไปจากเดิมอย่างชัดเจน กระทั่งถึงปลายศตวรรษมากกว่าร้อยละ 90 ของพื้นที่   ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยมากกว่า 24 องศาเซลเซียส  

           ในส่วนของระยะเวลาที่มีอากาศเย็นในรอบปีนั้น ในช่วงปลายศตวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีจำนวนวันที่อุณหภูมิต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียส ยาวนานที่สุดประมาณ 2-2.5 เดือน ซึ่งเมื่อถึงช่วงต้นศตวรรษนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก  

           ระยะเวลาที่มีอากาศเย็นนี้จะหดสั้นลงอย่างชัดเจนในช่วงทศวรรษที่ 2070 โดยจะเริ่มเห็นได้ทางตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่อุณหภูมิต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียสเพียง 10 วัน - 1 เดือนเท่านั้น และในช่วงปลายศตวรรษนี้พื้นที่ที่มีอากาศเย็นดังกล่าวจะเหลือเพียงบางส่วนของภาคเหนือตอนบนและเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น



 



            • การเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำฝน  ผลสรุปการคำนวณแสดงให้เห็นถึงปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแม้ว่าในอนาคตระยะ 2-3 ทศวรรษข้างหน้านี้จะมีความผันผวนมาก แต่ในระยะยาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายศตวรรษ  ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีในทั่วทุกภาคของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นมากทั้งในด้านปริมาณและการกระจายตัวของพื้นที่ที่ฝนตก แต่จำนวนวันที่ฝนตกเฉลี่ยในแต่ละปีในเกือบทุกพื้นที่ยังคงใกล้เคียงกับที่เคยเป็นมาในอดีต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความยาวนานของฤดูฝนในอนาคตอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็นอยู่มากนัก จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำฝนทั้ง 2 ชุดนี้ อาจบ่งชี้ว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกในแต่ละครั้งในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้นหรืออาจจะเรียกได้ว่าฝนที่ตกแต่ละครั้งจะตกหนักมากขึ้นกว่าที่เป็นมาในอดีต ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำหลาก และภัยธรรมชาติที่จะเกิดตามมาจากอุทกภัยอีกหลายชนิด  

 
            กล่าวโดยสรุปแล้ว ประเทศไทยในอนาคตน่าจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นบ้าง โดยมีหน้าร้อนที่ยาวนานขึ้นและกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างมากขึ้น และแม้ว่าแนวโน้มปริมาณฝนจะสูงขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงมากขึ้น แต่หน้าแล้งก็น่าจะแล้งจัดขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากระยะเวลาและพื้นที่ที่อากาศร้อนนั้นเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ทางคณะทำงานยังจะต้องทำการศึกษาวิเคราะห์เพิ่มเติมต่อไป 

           อย่างไรก็ตาม สภาพภูมิอากาศอนาคตของประเทศไทยที่ได้นำเสนอมานี้เป็นเพียงการคาดการณ์เพียงแนวทางเดียวเท่านั้น และเป็นการคาดการณ์ในเชิงที่การเปลี่ยนแปลงของก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มสูงขึ้นมาก การศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้จะต้องมีการคาดการณ์อีกหลายๆ แนวทางเพื่อนำมาเปรียบเทียบและหาแนวโน้มที่สอดคล้องกัน อีกทั้งจะต้องมีการพัฒนาเครื่องมือ โดยเฉพาะ software และชุดข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำขึ้นอีก

ที่มา: http://www.vcharkarn.com


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :  
ผู้ลงบทความ : tcom  
 
By ทีคอม.
Copyright 2003-2009 Weloveshopping.com All rights reserved.
ฟังเพลง