http://www.cropmaster.net  
     
  ค้นหา :
   Calculator  แจ้งการชำระเงิน    รถเข็น:0  
สถิติของร้าน
เปิดร้าน
25/07/2008
ปรับปรุง
01/08/2019
ผู้ชมทั้งหมด 2,617,405
สินค้าทั้งหมด
52

 
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
ดัชนีราคาสินค้า
ดูสินค้าทั้งหมด

ปลอดสารพิษ กำจัดแมลง โรคพืช (7)
จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย (3)
สารปรับปรุงดิน (2)
ฮอร์โมนอาหารเสริมพืช (11)
สารกำจัดแมลง (1)
สารกำจัดโรคพืช (4)
สารกำจัดวัชพืช (2)
ปุ๋ย (11)
ยาทาหน้ายางพารา (1)
สารควบคุมการเจริญเติบโต (5)
ไบโอซาน ไคโตซาน2.2% (3)
เฟอลิคอน ซิลิคอนน้ำ (3)
สารจับใบ (1)
กฤษณา ชาไทยสมุนไพร (1)
บริการของร้าน
รับข่าวสารจากทางร้าน

สมัคร ยกเลิก
ลิงค์

     สินค้า
คร็อพมาสเตอร์ เกษตรปลอดสารพิษ : เชื้อบีที :กำจัดหนอน: บาซิลลัส ทูริงเจนซิส ขนาด 500 กรัม: ปลอดสารพิษ กำจัดหนอนกระทู้ หนอนใยผัก หนอนหลอดหอม หนอนคืบกะหล่ำ หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนแปะใบส้ม [Powered by Weloveshopping.com]
   สินค้า > ปลอดสารพิษ กำจัดแมลง โรคพืช > BT500G
 
 
  เชื้อบีที :กำจัดหนอน: บาซิลลัส ทูริงเจนซิส ขนาด 500 กรัม: ปลอดสารพิษ กำจัดหนอนกระทู้ หนอนใยผัก หนอนหลอดหอม หนอนคืบกะหล่ำ หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนแปะใบส้ม  
แก้ไขล่าสุด :   18/03/2017
รหัสสินค้า :   BT500G
สภาพสินค้า :   สินค้ามือใหม่
ราคา :   ปกติ 250.00 ฿ ลดเหลือ 150.00 ฿ 
ยี่ห้อ :   คร็อพมาสเตอร์
รุ่น :  
ลิงค์ :  

ขนาด : 500 กรัม(1 ซอง) 10 ซอง x 500 กรัม 30 ซอง x 500 กรัม
 

facebook   delicious   digg   twitter   google   reddit  

  รูปภาพเสริม:
   
 
 รายละเอียด:
 

บีที80  :  บาซิลลัส ทูริงเยนซิส  

กำจัดหนอนศัตรูพืช  ปลอดสารพิษ

ชนิดผงเข้มข้น สินค้าคุณภาพ ราคาประหยัด เพื่อการผลิตพืชปลอดสารพิษต้นทุนต่ำ

 ขนาดบรรจุใหม่ ประหยัด (500 กรัม กรัม)

 ซื้อ 1 ซองๆละ 500 กรัม ราคา 150 บาท

 ซื้อ 10 ซอง ราคา 1400 บาท(ลดเหลือซองละ 140 บาท)

 ซื้อ 30 ซอง ราคา 3900 บาท(ลดเหลือซองละ 130 บาท)

ซื้อ 1,10,30 ซองกรุณาคลิ๊กเลือก ปุ่มข้างบนให้ถูกต้อง ระบบจะคำนวณราคาอัตโนมัติพร้อมลดค่าขนส่งให้ลูกค้า

- ค่าขนส่ง ชองละ 20 บาท ส่งทางไปรษณีย์ไทย

- ซื้อยกแพ๊ค(10 ซอง) คิดเพียงแพ๊คละ 20 บาท  ส่งทางไปรษณีย์ไทยหรือบริษัทขนส่ง

- ซื้อยกแพ๊ค(30 ซอง) คิดเพียงแพ๊คละ 20 บาท ส่งทางไปรษณีย์ไทยหรือบริษัทขนส่ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 081-5544280(บ.คร็อพมาสเตอร์)

บีที80 

คือ เชื้อบาซิลลัส ทูริงเจนซิส (บีที )

Bacillus Thuringiensis (BT)

เชื้อบีที (Bt) คืออะไร?

     
เชื้อบีที หรือ BT ถูกค้นพบครั้งแรกใน ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1901 ในรูปสปอร์ของเชื้อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis ที่พบตามธรรมชาติในดิน และ ได้พบว่าหนอนกินใบพืชบางชนิด (ตัวอ่อนของผีเสื้อ กลางวันและผีเสื้อกลางคืน) ตายเมื่อกินใบพืชหรือส่วน อื่นๆของพืช(ที่ถูกฉีดพ่นด้วยบีที)ในปริมาณเพียงเล็กน้อย.

      เชื้อแบคทีเรียบีทีที่มีอยู่เป็นพันๆ สายพันธุ์ มีพียงสองหรือสามสายพันธุ์เท่านั้นที่ได้ถูกนำมาผลิตเป็นสารชีวภัณฑ์กำจัดแมลง หรือจุลินทรีย์กำจัดแมลง ผลิตภัณฑ์ทางการค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ ประกอบด้วยผลึกโปรตีน และสปอร์ของเชื้อบีทีที่ มีชีวิต โดยใช้ชื่อการค้าต่างๆมากมาย ซึ่งมีบีทีอยู่สองสายพันธุ์ที่นิยมใช้ในการควบคุม หนอนศัตรูกะหล่ำปลี และหนอนศัตรูผักชนิดอื่น ๆ

เชื้อบีที (Bt) ทำงานอย่างไร?

    ก่อนอื่นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจว่าเชื้อบีทีไม่ได้ออกฤทธิ์เหมือนสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไป เชื้อบีทีสามารถควบคุม แมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ได้มี ฤทธิ์แบบถูกตัวตาย หรือ น๊อกดาว คือศัตรูพืช ไม่ได้ถูกฆ่าตายในทันทีที่ฉีดพ่น แมลงจะต้องกินส่วนของพืชที่เคลือบด้วย เชื้อบีทีในปริมาณที่มากพอที่จะถูกฆ่าได้ เมื่อบีทีจำนวนมากพอถูกกิน พิษในผลึกโปรตีนจะไปทำให้ส่วนของ ปากและช่องท้องของหนอนเป็นอัมพาต  แมลงศัตรู พืชเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่ช้าลง และหยุดกินอาหารในเวลาไม่กี่ นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ได้รับเชื้อเข้าไปมากพอ พิษ ดังกล่าวจะทำลายผนังช่องท้องของแมลงภายในหนึ่งชั่วโมงทำให้สปอร์ของเชื้อบีทีและชิ้นส่วนในช่องท้องแมลงหลุดลอด เข้าไปในส่วนที่เป็นช่องว่างของร่างกายแมลงทำให้แมลงตาย เนื่องจากขาดอาหาร และอาการเลือดเป็นพิษ และ/หรือ osmotic shock ภายใน 

24 48 ชั่วโมง หนอนบางตัวที่ตายเนื่องจากเชื้อบีทีอาจมีสีซีด หรือเปลี่ยนเป็นสีดำ หนอนที่ตายแล้วมักจะเหี่ยวย่น และร่วงหล่นลงจากต้นพืชไม่สามารถสังเกตเห็นได้โดยง่าย

ใช้กำจัดหนอนชนิดต่าง ๆ เช่น

หนอนเจาะสมอฝ้าย หรือหนอนเจาะผลมะเขือเทศ

หนอนกินใบสัก

หนอนหญ้าแมวในปาล์มน้ำมัน

หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอมในผักต่าง ๆ 

หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน

หนอนเจาะขั้วลิ้นจี่

หนอนแปะใบส้ม และ

หนอนม้วนใบข้าว

เหมาะที่จะใช้ในแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ และ ใช้ทดแทนสารเคมีที่ราชการประกาศห้ามใช้ เช่น โคโนโครโตฟอส เมวินฟอสและเอ็นโดซัลแฟน เพราะปลอดภัยต่อแมลงศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงห้ำ แมลงเบียน ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และปลาตลอดจนไม่มีพิษตกค้างในพืชและ สิ่งแวดล้อมปลอดภัยต่อผู้ใช้และผู้บริโภค

อัตราการใช้ เชื้อ บีที 50-80 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว

/ หากหนอนระบาดมากให้เพิ่มอัตราเป็น 2 เท่า

 

หลักการและเทคนิคการใช้เชื้อ บีทีชีวภาพ

  • เชื้อ บีทีชีวภาพ  เป็นสิ่งมีวิตที่จะถูกทำลายโดยรังสีอุลตร้าไวโอเลต .(UV) จากแสงแดด ดังนั้นจึงควรฉีดพ่นตอนเย็นแดดอ่อนๆ จะช่วยยืดอายุเชื้อ บีทีชีวภาพ บนต้นพืชให้มีประสิทธิภาพอยู่ได้นาน
  • แมลงศัตรูพืชบางชนิด เช่น หนอนใยผัก หนอนคืบกะหล่ำ มักอาศัยกัดกิเน อยู่ด้านล่างของใบ ดังนั้นการพ่นให้ครอบคุลมบริเวณส่วนบนและล่างของใบพืชด้วยจะจะสามารถควบคุมหนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปรับหัวฉีดเครื่องพ่นเชื้อ บีทีชีวภาพ ให้ละอองเล็กที่สุดจะช่วยใหละอองเชื้อเกาะผิวใบได้ดี
  • ควรฉีดพ่นเชื้อ บีทีชีวภาพ เมื่อสำรวจพบหนอนตัวเล็ก จะให้ผลในการควบคุมดีกว่าในช่วงที่พบหนอนตัวใหญ่
  • ไม่ควรผสมเชื้อบีทีชีวภาพ กับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ในคราวเดียวกัน เนื่องจากสารฯ บางชนิดอาจะทำให้เชื้อ บีทีชีวภาพ เสื่อมประสิทธิภาพลงได้
  • เนื่องจากเชื้อบีทีชีวภาพออกฤทธิ์ช้า ใช้เวลา 2 - 3 วัน หนอนจึงจะตาย ดังนั้นการใช้อัตราสูงกว่าคำแนะนำไม่ช่วยให้หนอนตายเร็วขึ้น การใช้อัตราต่ำกว่าคำแนะนำนจะส่งผลให้แมลงไม่ตายและทำความเสียหายแก่ผลผลิตจึงใช้เชื้อ บีทีตามอัตราที่แนะนำ
  • เมื่อพบการระบาดของหนอนรุนแรง ควรฉีดพ่นตามอัตราที่แนะนำโดยการพ่นติดต่อกัน 2 ครั้ง ระยะห่าง 3 - 4 วัน จะวยลดความเสียหายได้ดีกว่าการพ่นเพียงครั้งเดียว

การขยายเชื้อบีที เพื่อลดต้นทุนการผลิต

1. ปัญหาผักและสารพิษตกค้าง ผักที่ปลูกในไทยมีปัญหาสารพิษตกค้าง เกิดจากการดูดสารพิษในดิน และการฉีดพ่นสารพิษโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาฆ่าแมลง เพราะแมลงทำลายผัก แมลงที่ทำให้ยามากและใช้บ่อยคือหนอนหนังเหนียว หนอนกระทู้ หนอนใยผัก หนอนคืบ การพ่นยาฆ่าแมลงเป็นเหตุให้มีอันตรายต่อผู้ฉีดพ่นยา, คนกินผัก ,สิ่งแวดล้อมและการส่งผักขายต่างประเทศ

2. การลดแมลงศัตรูผักโดยวิธีต่าง ๆ ใช้แสงไฟล่อแมลงออกจากแปลงปลูก , ล่อด้วยกระดาษเหลืองกาวเหนียว , เพาะขยายตัวห้ำ ตัวเบียนกินแมลง , ปรับกรด-ด่างของดินให้ได้พีเอช 5.8-6.3 เพิ่มซิลิกอนที่ละลายได้ให้แก่ดินและใช้เชื้อโรคของหนอนเช่น ไส้เดือนฝอย ไวรัส และบักเตรี บาซิลัส ธูรินเจนสิส หรือเรียกยอๆ ว่า บีที

3. การใช้บีทีสำเร็จรูป มีผู้ผลิตเชื้อ บาซิลัส ธูรินเจนสิส สายพันธุ์ต่าง ๆเพื่อใช้ฆ่าหนอนตามชนิดและสายพันธุ์ที่ระบุไว้ในฉลาก , มีทั้งชนิดผงและชนิดน้ำ , มีหลายบริษัททั้งผลิตในประเทศและนำเข้ามาจากต่างประเทศ ราคาจำหน่ายให้เกษตรกรส่วนมากอยู่ในราคาระดับแพง ตั้งแต่ราคากิโลกรัมละ 500 1000 บาท อัตราผสมน้ำมีตั้งแต่ 50-80 กรัมหรือซีซี /น้ำ 20 ลิตร ทำให้ 1 ไร่เสียเงิน 300-400บาท และมักให้ใช้ทุก 3-5 วัน นับว่าสิ้นเปลืองมาก การขยายเชื้อจะช่วยให้ประหยัดได้

4.ขยายเชื้อบีทีด้วยมะพร้าวอ่อน ใช้มะพร้าวอ่อน 1 ผล เจาะเปิดฝาแง้มพอใส่เชื้อลงไปได้ ใส่เชื้อบีที 1 ช้อนชา  ปิดฝาทิ้งไว้ 1-2 วัน นำมาผสมน้ำได้ 20 ลิตร

5.ขยายเชื้อบีทีด้วยน้ำมะพร้าวแก่จากตลาด นำน้ำมะพร้าวแก่จากตลาดมาต้มให้เดือด 5 นาที ช้อนฟองทิ้ง ตั้งให้เย็น ใส่เชื้อบีที 5 ช้อนชา  ต่อน้ำมะพร้าว 15 ลิตร (ถ้าน้ำมะพร้าวไม่พอเติมน้ำเปล่าจนได้รวม 15 ลิตรก่อนต้ม ) ให้อากาศแบบที่ใช้ในตู้ปลา 24 ชั่วโมง,นำไปผสมกับน้ำได้รวม 100 ลิตร สำหรับฉีดพ่น

6. ขยายเชื้อบีทีด้วยนมข้นหวานและน้ำตาลทราย ใช้น้ำ 15 ลิตร เติมนมข้นหวาน 1 กระป๋อง น้ำตาลทราย 3 ช้อน เชื้อบีที 5 ช้อนชา ให้อากาศแบบตู้ปลา 24 ชั่วโมง สามารถใช้ผสมน้ำได้ 100 ลิตรหรือ 5 ปี๊ป

7. ขยายเชื้อบีทีด้วยไข่ไก่สด ใช้น้ำ 15 ลิตร ไข่ไก่ 5 ฟอง เชื้อบีที 5 ช้อนชา สเม็คไทต์ 5 ขีด (500 กรัม) น้ำมันพืช 1.5-2 ช้อนชา เป่าอากาศแบบตู้ปลา 24 ชั่วโมง ใช้ผสมน้ำ 5 ปี๊ป ( 100 ลิตร )

8. ขยายเชื้อบีทีด้วยแป้ง อยู่ระหว่างการทดลอง

9. ฉีดพ่นตอนเย็น เพื่อป้องกันเชื้อถูกทำลายด้วยยูวีในแสงแดด

10. ฉีดพ่นเปียกชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำ เพื่อให้หนอนสามารถกินเชื้อบีทีที่ขยายออกมาได้มากเท่าที่จะมากได้

11. การเปลี่ยนแปลงในหนอน วันแรกไม่พบหนอนตาย แต่เริ่มเชื่องช้าลง วันที่ 2 หนอนเล็กๆเริ่มตายมาก วันที่ 3-4 หนอนตายเกือบหมด ยกเว้นหนอนตัวโต ๆ แบบหนอนหนังเหนียวตัวใหญ่ แต่หยุดการกินอาหารไม่ทำลายพืชอีก ตามรายงานหนอนจะไม่กลับมารบกวนอีกนับ 20 วันขึ้นไป

    หนอนจะกินเชื้อบีทีเข้าไป จึงจะออกฤทธิ์ทำลายแมลง โดยทั่ว ๆ ไปจะทำลายเฉพาะตัวอ่อนของแมลงเท่านั้น เช่น ตัวหนอนหรือลูกน้ำยุงลาย จะไม่ทำลายศัตรูที่เป็นไข่และตัวเต็มวัย ยกเว้นเชื้อบีทีบางสายพันธุ์ที่ทำลายทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของด้วงปีกแข็งบางชนิด เมื่อหนอนกินเชื้อบีทีเข้าไปในกระเพาะ น้ำย่อยในกระเพาะมีฤทธิ์เป็นด่างค่อนข้างสูงจะย่อยสลายสารพิษซึ่งอยู่ในรูป protoxin ให้เป็น active toxin (สารพิษแท้จริง) ซึ่งจะเข้าทำลายเซลล์เยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบการย่อยและระบบทางเดินอาหารถูกทำลาย แมลงไม่สามารถกินอาหารได้ เคลื่อนไหวช้าลง ระดับความเป็นกรด-ด่างภายในลำตัวเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เป็นอัมพาต ขากรรไกรค้าง สปอร์ของบีทีสามารถไหลผ่านจากรูแผลบนผนังกระเพาะเข้าสู่ระบบเลือด จะขยายทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้โลหิตเป็นพิษ แมลงจะตายในระยะเวลา 2-3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของหนอนและปริมาณเชื้อที่กินเข้าไป

 

 
   
คร็อพมาสเตอร์ เกษตรปลอดสารพิษ