คร็อพมาสเตอร์ เกษตรปลอดสาร [Powered by Weloveshopping.com.com]
  http://www.cropmaster.net  
     
  ค้นหา :
   Calculator  แจ้งการชำระเงิน    รถเข็น:0  
สถิติของร้าน
เปิดร้าน
25/07/2008
ปรับปรุง
26/10/2014
ผู้ชมทั้งหมด 308,149
สินค้าทั้งหมด
60

 
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
ดัชนีราคาสินค้า
ดูสินค้าทั้งหมด

ปลอดสารพิษ กำจัดแมลง โรคพืช (6)
จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย (3)
สารปรับปรุงดิน (2)
ฮอร์โมนอาหารเสริมพืช (13)
สารกำจัดแมลง (6)
สารกำจัดโรคพืช (3)
สารกำจัดวัชพืช (1)
ปุ๋ย (8)
ยาทาหน้ายางพารา (1)
สารควบคุมการเจริญเติบโต (4)
หมึกแดง_ไคโตซาน (4)
สารจับใบ (1)
โหย่งเหิง สมุนไพรจีน (1)
กฤษณา ชาไทยสมุนไพร (1)
สบู่ ไคโตซาน (1)
สเปร์ บำรุงผมไคโตซาน (1)
ผ้าอนามัย สมุนไพร (3)
บทความ
เปิดร้านจำหน่ายเคมีเกษตร
เมตตาไรเซียม
บาซิลลัส ทูริงเยนซิส BT
ไตรโคเดอร์ม่า
บาซิลลัสซับทีลิส
ปลวก แก้ไขแบบชีววิธี
โรค แมลงศัตรูพืช
อีเอ็ม-2000
ปรับปรุงดิน
หมึกแดงไคโตซาน
รายชื่อบริษัทขนส่ง ที่ให้บริการ
บริการของร้าน
ลิงค์
รับข่าวสารจากทางร้าน

สมัคร ยกเลิก

     บทความน่าสนใจ
  ยางพารา
   รายละเอียด  

ศัตรูที่สำคัญของ ต้นยางพารา

 โรคและแมลงศัตรูพืช

 ลักษณะอาการ                                                

 ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ

 ปลวก

ชื่อ คอปโตเทอเมส เซอวิคนาตัส (Coptotermes curvignathus)

ปลวกงานจะ กัดกินส่วนรากของต้นยางที่มีชีวิตอยู่โดยเฉพาะบริเวณโคนต้นใต้ผิวดิน และกัดกินต่อไปภายใน ลำต้นจนเป็นโพรง ในระยะนี้ต้นยางจะแสดงอาการใบเหลือง ต่อมาเมื่อระบบรากถูกทำลาย เป็นส่วนมากต้นยางจะตายในที่สุด ต้นยางที่ตายเพราะถูกปลวกทำลายนี้ ส่วนมากจะยืนต้นตายอย่างรวดเร็ว การระบาดของปลวกสังเกตได้จากต้นยางที่แสดงอาการใบผิดปกติ จะลุกลามออกไปยังต้นข้างเคียงค่อนข้างรวดเร็ว

นอกจากจะทำอันตรายกับต้นยางทุก ๆ ระยะการเจริญเติบโตแล้ว ยังทำลายพืชอื่นอีกหลายชนิด รังของปลวกอาจอยู่ไกลจากแหล่งที่มันหาอาหารมาก และบางครั้งอาจสร้างรังย่อยขึ้นเป็นระยะ ๆ ระหว่างทางเดินจากรังใหญ่ไปสู่แหล่งอาหาร รังของปลวกชนิดนี้ จะไม่มีลักษณะเป็นจอมปลวกขึ้นมา

 -ปลอดสารพิษ ใช้ เมทตาวัน (เชื้อรา เมตตาไรเซี่ยม) อัตรา 100 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ราดตรงบริเวณที่มีปลวกขึ้นเป็นระยะๆ จะสังเกตุเห็นรังปลวกค่อนข้างยาก ต้องลองขุดดินบริเวณโคนต้นดู หรือ ต้นที่ล้มแล้ว หรืออาจจะสังเกตุทางเดินที่เป็นอุโมงปลวก แล้วราดเชื้อราที่ผสมน้ำแล้วลงไป เชื้อราค่อยๆแพร่เชื้อสู่ตัวปลวก และกระจายสู่ตัวอื่นๆต่อไป

- ใช้สารกำจัดแมลง  นอยวิน40 (สาร คลอร์ไพริฟอส) ผสมน้ำรดดินรอบ ๆ ต้นยางแต่ละต้นที่ได้ทำการขุด เป็นร่องตื้น ๆ รอบ ๆ โคนต้นไว้แล้วเพื่อกันสารเคมีไหลล้นออกไป ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สารเคมีไหลลงไปตามรากของยางได้มากขึ้นและป้องกันปลวกได้ผลดี

 โรคใบแห้ง ในกิ่งพันธุ์  หรืออาจเรียกว่า โรคใบจุดก้างปลา

เชื้อรา สาเหตุCorynespora cassiicola

มีขอบแผลสีน้ำตาลดำ กลางแผลเป็นสีเทา ถ้าเข้าทำลายช่วงใบเพสลาด แผลจะลุกลามเข้าไปตามเส้นใบ เห็นเป็นรูปก้างปลา มีสีซีดและใบร่วงในที่สุด ถ้าเข้าทำลายก้านใบ กิ่งแขนงและลำต้นตรงกลางแผลจะช้ำบุ๋มลง และลุกลามจนทำให้ยอดกิ่งก้านและลำต้นแห้งตาย  ต้นยางอายุน้อยกว่า 2 ปี     ควรใช้ คาเรน  (สารคาร์เบนดาซิม) ผสมน้ำฉีดพ่นให้ทั่ว ตั้งแต่ เริ่มผลิใบอ่อนทุก 7 วัน และบำรุงต้นยางให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้

 โรคราแป้ง (Powdery mildew)

สาเหตุ : เชื้อรา Oidium heveae

-ระบาดบนใบยางอ่อนที่แตกออกมาใหม่ภายหลังจากการผลัดใบประจำปี จึงเป็นสาเหตุให้ใบยางร่วงอีกครั้งหนึ่งและกิ่งแขนงบางส่วนอาจแห้งตาย ความรุนแรงของโรคจะเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะการผลัดใบของต้นยาง อายุใบ ความต้านทานโรคของพันธุ์ยาง สภาพพื้นที่ของแปลงปลูก และสภาพอากาศในช่วงที่ต้นยางผลิใบใหม่ โรคนี้นอกจากทำให้เกิดอาการทางใบแล้วยังทำให้ดอกร่วง สูญเสียเมล็ดในการขยายพันธุ์

ลักษณะอาการ

เชื้อราเข้าทำลายใบอ่อน ทำให้ใบยางบิดงอ เน่าดำและร่วง ในระยะใบเพสลาดจะเกิดเป็นแผล

ขนาดค่อนข้างใหญ่และมีขอบเขตไม่แน่นอน บริเวณแผลพบกลุ่มเส้นใยและสปอร์เชื้อราสีขาวเทาคล้าย

ผงแป้ง เนื้อเยื่อบริเวณที่เชื้อเจริญจะค่อยๆเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาลอ่อน ถ้าเชื้อราเข้าทำลายดอก

ยางจะทำให้ดอกร่วง

การแพร่ระบาด

ระบาดรุนแรงในช่วงยางผลิใบใหม่ ในสภาพอากาศเย็น ความชื้นสูง มีหมอกในตอนเช้า หรือมี

ฝนตกปรอยๆสลับกับแสงแดด เชื้อแพร่ระบาดได้ดีโดยลม

 

ต้นยางที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี พ่นสารเคมีบนใบยางที่เริ่มผลิใหม่เมื่อพบโรคระบาด โดย ให้ คาเรน (สารคาร์เบนดาซิม) 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทุกสัปดาห์ตั้งแต่เริ่มพบโรค

 โรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อราไฟทอปโทรา (Phytophthora leaf fall) ะบาดในช่วงฤดูฝน เชื้อสาเหตุทำลายส่วนต่างๆของต้นยางทั้งใบ ฝัก กิ่งก้านและหน้ากรีดยาง

ฝักที่ถูกทำลายจะเน่าดำค้างอยู่บนต้น ไม่แตกและร่วงหล่นตามธรรมชาติ กลายเป็นแหล่งพักของเชื้อที่สำคัญ

ลักษณะอาการ

สังเกตอาการเด่นชัดที่ก้านใบ โดยปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลเข้มถึงดำตามความยาวของก้านใบ

แผลบริเวณที่เป็นทางเข้าของเชื้อ มีหยดน้ำยางเล็กๆเกาะติดอยู่ เมื่อนำมาสะบัดเบาๆใบย่อยจะหลุดออก

จากก้านใบได้โดยง่าย มีผลทำให้ใบร่วงทั้งที่ยังเขียวสดอยู่ เชื้ออาจเข้าทำลายปลายใบ หรือขอบใบ

เกิดแผลสีน้ำตาลมีลักษณะช้ำน้ำขยายติดต่อกันเป็นแผลใหญ่ ทำให้ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และแดง

ก่อนที่จะร่วง ในสภาพอากาศเหมาะสม ยางพันธุ์อ่อนแอใบจะร่วงหมด และผลผลิตลดลงอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังพบว่าเชื้อนี้สามารถเข้าทำลายฝักยางได้ทุกระยะ ทำให้ฝักเน่า ถ้าความชื้นในอากาศสูง

จะพบเชื้อรา สีขาวเจริญปกคลุมฝัก ฝักที่ถูกทำลายจะเน่าดำค้างอยู่บนต้น ไม่แตกและร่วงหล่นตาม

ธรรมชาติ กลายเป็นแหล่งเชื้อโรคในปีถัดมา

การแพร่ระบาด

ความรุนแรงของการเกิดโรคขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน และจำนวนวันฝนตก เชื้อนี้ต้องการน้ำเพื่อ

การขยายพันธุ์จึงระบาดได้ดีในสภาพอากาศเย็น ฝนตกชุก มีความชื้นสูงต่อเนื่องกันอย่างน้อย 4 วัน มี

แสงแดดน้อยกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนขยายพันธุ์จะถูกทำลายโดยง่ายด้วยแสงแดดและสภาพอากาศแห้ง

พืชอาศัย

มีรายงานว่าเชื้อ P. palmivora เข้าทำลายพืชอื่นได้มากกว่า 130 ชนิด อาทิ ส้ม พริกไทย ปาล์ม

โกโก้ ทุเรียน

 

การป้องกันกำจัด

1. ไม่ควรปลูกยางพันธุ์อ่อนแอต่อโรค เช่น RRIM 600ในแหล่งปลูกที่เป็นเขตระบาดของโรค

2. ไม่ควรปลูกพืชอาศัยของเชื้อราเป็นพืชแซมหรือพืชร่วม

3. กำจัดวัชพืชและตัดแต่งกิ่งในสวนยางให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นในสวนยาง

4. หากเชื้อระบาดกับต้นยางอายุน้อยกว่า 2 ปี หรือในแปลงเพาะชำต้นกล้ายาง ป้องกันกำจัดโดยพ่นด้วยสารเคมี

สารเคมี

- ใช้เมทาแลกซิล

- หรือใช้ ซีบัส(สารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม)

ปลอดสารพิษ

- ใช้ มาสเตอร์ไซด์ (ชีวภัณฑ์ เชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทีลิส ป้องกันโรคพืช)

- แนะนำ ผลิตภัณฑ์ใหม่ 

 ยาทาหน้ายาง  "รับเบอร์ดี" ทาหน้ายางเหนือ และใต้รายกรีด

 

-โรคเส้นดำ (Black stripe)

สาเหตุ : เชื้อรา Phytophthora botryosa และ P. palmivora

-โรคเปลือกเน่า (Mouldy rot)

สาเหตุ : เชื้อรา Ceratocystis fimbriata

   -ใช้การป้องกันด้วยสารเคมีเหมือนโรคใบร่วง

ก่อนปลูกยางท่านรองก้นหลุมด้วย  ปุ๋ยหินฟอสเฟตหรือไม่??

การรองก้นหลุมปลูกยางพารา หรือการใส่ปุ๋ยหินฟอสเฟต หรือ ปุ๋ยร็อคฟอสเฟต (0-3-0) ในอัตรา 170 กรัมต่อหลุม หรือ 5-6 หลุมต่อปุ๋ย 1 กิโลกรัม

เป็นคำแนะนำที่ทางสถาบันวิจัยยางและสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.)ได้แนะนำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะปรับปรุงคำแนะนำกี่ครั้ง กี่หน

คำแนะนำในเรื่องนี้ ก็ยังไม่เปลียนแปลง ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ต้นยางได้รับธาตุฟอสฟอรัสอย่างเพียงพอในระยะที่จำเป็น ฟอสฟอรัส เป็น 1 ใน 3

ของธาตุอาหารหลักหรือธาตุอาหารที่พืชต้องการเป็นปริมาณมาก หรือมหธาตุ (Macronutrient Elements)

ปุ๋ยหินฟอสเฟตเป็นปุ๋ยที่จะคงอยู่ในดินได้นานที่สุดเมื่อเทียบกับปุ๋ยอื่นที่ให้ธาตุฟอสฟอรัส สำหรับต้นยางพาราแล้ว

มีประโยชน์ในการช่วยให้ระบบรากต้นยางโดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นเจริญเติบโตเร็ว ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญต่อการตั้งตัวในระยะแรก ๆ ของการปลูกยางพารา,

มีผลต่อการเจริญเติบโต และสำหรับต้นยางที่เริ่มให้ผลผลิต ก็จะทำให้ผลผลิตน้ำยางสูงด้วย

ปัจจุบันพบว่า มีบ้าง ที่เกษตรกรชาวสวนยาง มิได้รองก้นหลุมเหมือนที่เคยกระทำมาในอดีต ทั้ง ๆ ที่เป็นสวนยางที่ปลูกซ้ำรอบสอง รอบสาม

ซึ่งธาตุฟอสฟอรัสได้สูญเสียไปกับกิ่ง ก้าน ใบ ลำต้น ดอก ผล และผลผลิตน้ำยาง ทั้งนี้ สาเหตุหลัก ๆ

ที่ไม่ได้รองก้นหลุมก็คือชาวสวนยางไม่สามารถหาซื้อปุ๋ยหินฟอสเฟต ตามร้านค้าในระดับอำเภอได้ ยกเว้นอำเภอใหญ่ ๆ (แต่เดิม

สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.) เป็นผู้จัดหาให้เกษตรกร ปัจจุบันสกย.ใช้นโยบายให้เจ้าของสวนยางจัดซื้อหรือหาเอง)

แต่อย่างไรก็ตาม ปุ๋ยหินฟอสเฟตก็ไม่ได้ขาดตลาด เพียงแต่ไม่มีจำหน่ายในระดับอำเภอเล็ก ๆ เนื่องจากทางร้านค้าคงจะขายได้น้อย ไม่คุ้มค่าขนส่ง

แต่หากชาวสวนยางต้องการซื้อปุ๋ยหินฟอสเฟตจริง ๆ ก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ เนื่องจากมีเวลานานนับเดือนที่จะเตรียมการในเรื่องดังกล่าว

 

ผลิตภัณฑ์แนะนำ

- โกลด์มิค : สารโพแทสเซี่ยม-ฮิวเมท ชนิดผงเข้มข้น ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินที่แข็ง แน่นทึบ ให้โปร่ง ร่วนซุย และช่วยละลายปุ๋ยที่ตกค้างในดินให้นำมาใช้ได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น และยังสามารถผสมปุ๋ยหว่านโดยลดปริมาณปุ๋ยลงได้

- ปุ๋ยปลา(ปลาหมัก) เพิ่มธาตุอาหาร หลักและเสริม ให้แก่ต้นยาง และยังช่วยปรับโครงสร้างของดิน

  โดยวัตถุจากปลา ไม่มีสารเคมี

-ปุ๋ยอินทรีย์เม็ด เพิ่มธาตุอาหาร หลักและเสริม ให้แก่ต้นยาง และยังช่วยปรับโครงสร้างของดิน

  วัตถุดิบจากมูลสัตว์

- เชื้อรา ไตรโคเดอร์ม่า  ควบคุมโรครากเน่า โคนเน่า แบบปลอดสารพิษตกค้าง และเชื้อไตรโคเดอร์ม่าสามารถอยู่ในดินเพื่อที่จะควบคุมโรคพืชได้นาน เมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ช่วยให้รากพืชแข็งแรง และมีภูมิต้านทานต่อโรคพืชหลายชนิด

-ยาทาหน้ายาง  "รับเบอร์ดี" ทาหน้ายางเหนือ และใต้รอยกรีด จะช่วยป้องกัน โรคเส้นดำ โรคเปลือกเน่า โคนเน่า จะทำให้กรีดยางง่าย น้ำยางมาก


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :  
ผู้ลงบทความ : คร็อพมาสเตอร์