http://www.sentangkasikum.com/  
  
 ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร
 ค้นหา :
  
สถิติของร้าน
เปิดร้าน
01/02/2008
ปรับปรุง
14/08/2014
ผู้ชมทั้งหมด
438,805
สินค้าทั้งหมด
129

 
หมวดหมู่สินค้า
 
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
ดัชนีราคาสินค้า
ดูสินค้าทั้งหมด

กิ่งพันธุ์ไม้ (39)
วารสารเกษตรรายเดือน (60)
เมล็ดพันธุ์พืช (11)
กิจกรรม-แผนกสวน (16)
ผลไม้สด (3)
บริการของร้าน
 
หน้าแรก
ข่าวสาร
เว็บบอร์ด
สอบถามผ่านออนไลน์
คำถามที่พบบ่อย
บทความน่าสนใจ
สมัครสมาชิก
หน้าสมาชิก
วิธีการสั่งซื้อ
วิธีการชำระเงิน
วิธีการรับสินค้า
แจ้งการชำระเงิน
เช็คสถานะการส่งสินค้า
Track&Trace
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
My Favorite
ตั้งเป็นหน้าแรก
รับข่าวสารจากทางร้าน
 

สมัคร ยกเลิก
Poll
 
คุณประทับใจในการบริการของชมรมเผยแพร่ฯ มากน้อยแค่ไหนครับ
ประทับใจมาก
ประทับใจปานกลาง
ไม่ประทับใจเลย
By Result
  สินค้า
 
ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร : หนังสือ "ไม้ผลแปลกและหายาก" เล่ม3 [Powered by Weloveshopping.com]
   สินค้า > วารสารเกษตรรายเดือน > B50
 
 
  หนังสือ "ไม้ผลแปลกและหายาก" เล่ม3  
แก้ไขล่าสุด :   
รหัสสินค้า :   B50
สภาพสินค้า :   สินค้ามือใหม่
ราคา :   ราคา 50.00 ฿
ยี่ห้อ :  
รุ่น :  
ลิงค์ :  
    

facebook   delicious   digg   twitter   google   reddit  

  รูปภาพเสริม:
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 รายละเอียด:
 

ไม้ผลแปลกและหายาก เล่ม 3”

            ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร จ.พิจิตร ได้จัดพิมพ์วารสารเส้นทางกสิกรรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง ไม้ผลแปลกและหายาก” มาแล้ว 2 เล่ม ได้รับการตอบรับจากผู้อ่านและเกษตรกรด้วยดี ด้วยเหตุผลที่ว่าไม้ผลแปลกและหายากเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งของการแข่งขันทางการตลาด เมื่อผลผลิตในตลาดมีน้อยและเป็นผลไม้ที่หายากจะขายได้ราคาดี ถึงแม้ว่าจะมีตลาดอยู่ในวงจำกัดก็ตาม อย่างเช่น “มะเดื่อฝรั่ง” จัดเป็นผลไม้ต่างประเทศที่หลายคนเชื่อว่านำมาปลูกในบ้านเราไม่ได้ ปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถปลูกและให้ผลผลิตได้ในเขตพื้นที่ที่มีอากาศร้อน

ทางแผนกฟาร์ม ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้บุกเบิกการปลูกมะเดื่อฝรั่งในเชิงพาณิชย์มานานกว่า 5 ปี ปัจจุบันขายผลผลิตมะเดื่อฝรั่งสดได้จากสวนถึงกิโลกรัมละ 100 บาท  อีกทั้งยังสามารถนำมะเดื่อฝรั่งไปแปรรูปเป็นมะเดื่อฝรั่งอบแห้งขายได้กิโลกรัมละ 500 บาท

                วารสารเส้นทางกสิกรรมฉบับที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ได้จัดพิมพ์เรื่อง ไม้ผลแปลกและหายากเล่ม 3”   เนื้อหาภายในเล่มได้รวบรวมไม้ผลหลายชนิดที่น่าสนใจปลูกในอนาคต เริ่มต้นจากฝรั่งพันธุ์ ฮ่องเต้” ทางชมรมฯได้ฝรั่งพันธุ์นี้มาจากไต้หวัน 2 ต้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 เป็นฝรั่งกิ่งทาบเมื่อนำมาปลูกจนเริ่มให้ผลผลิตพบว่ามีลักษณะของทรงผลแตกต่างจากฝรั่งพันธุ์เจินจูของไต้หวันที่มีเกษตรกรไทยขยายพื้นที่ปลูกกันมากในบ้านเราขณะนี้ ทรงผลจะเป็นทรงกระบอกสี่เหลี่ยม เมื่อผลแก่จัดและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้จะมีน้ำหนักผลเฉลี่ย 500 กรัม เป็นฝรั่งที่มีรสชาติหวานกรอบและไม่แข็งเกินไปและมีเมล็ดน้อยมาก ที่สำคัญจัดเป็นฝรั่งอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ออกดอกและติดผลง่ายลักษณะของใบฝรั่งพันธุ์ฮ่องเต้ขอบใบจะมีลักษณะเป็นคลื่นส่วนพันธุ์เจินจูจะเรียบซึ่งเป็นข้อแตกต่างภายนอกที่เห็นได้ชัด การปลูกฝรั่งในประเทศไทยในอนาคตนอกจากจะคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีแล้ว การห่อผลและไว้ผลบนต้นเป็นเรื่องสำคัญที่เกษตรกรจะต้องให้ความสำคัญ

                พุทราพันธุ์ มิ่งเฉา” เป็นอีกหนึ่งผลไม้จากไต้หวันที่ชมรมฯได้กิ่งพันธุ์มาจากไต้หวันเช่นกัน ได้กิ่งพันธุ์มา 2 ต้น หลังจากปลูกไปในช่วงแรกๆคิดว่าจะเป็นพุทรายักษ์สายพันธุ์เดียวกับพันธุ์ซุปเปอร์จัมโบ้” ดูจากลักษณะใบ, การติดผลและลักษณะของทรงผลคล้ายคลึงกันมาก แต่เมื่อผลพุทราแก่จัดได้พบถึงความแตกต่างของลักษณะทรงผลคือ บริเวณก้นผลของพุทราพันธุ์ มิ่งเฉา”จะแหลม และเมื่อได้บริโภคจะได้เห็นความต่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้นคือ เนื้อของพุทราพันธุ์ มิ่งเฉา” จะมีความละเอียดและมีกลิ่นหอมมาก และเป็นพุทราสายพันธุ์เดียวกันที่ผู้เขียนได้เคยบริโภคที่ไต้หวันขณะที่ไปดูงานเมื่อปี พ.ศ. 2552 ส่วนเรื่องของความดก,ขนาดของผลเมื่อเปรียบเทียบกับพุทราไต้หวันสายพันธุ์อื่นที่ปลูกในบ้านเราไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ซุปเปอร์จัมโบ้หรือพันธุ์ซื่อหมี่พุทราพันธุ์ มิ่งเฉา” จัดเป็นพุทรายักษ์ไต้หวันอีกสายพันธุ์หนึ่งที่น่าปลูกมะม่วงไต้หวันพันธุ์ ยู่เหวิน”,มะม่วงพันธุ์ อาร์ทูอีทู”และมะม่วงพันธุ์ เคนซิงตันไพรด์” ของประเทศออสเตรเลีย มะม่วงทั้ง 3 สายพันธุ์ดังกล่าวเริ่มมีเกษตรกรให้ความสนใจขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้น ในขณะที่ชาวสวนมะม่วงไทยเน้นการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองกันเป็นจำนวนมากจนไม่แน่ใจเหมือนกันว่าในอนาคตการส่งออกจะเป็นเช่นไร แต่ในฤดูกาลผลิตมะม่วงปี พ.ศ. 2553-2554 ที่ผ่านมามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเริ่มประสบกับปัญหาเรื่องการส่งออกบ้างแล้วมีผลทำให้ราคารับซื้อภายในประเทศเริ่มตกลง ในขณะที่มะม่วงอาร์ทูอีทูราคารับซื้อจากเกษตรกรเมื่อปลายเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา เกรดเอ มีน้ำหนักผลไม่ต่ำกว่า 800 กรัม และผลออกสีแดงขายจากสวนได้ถึงกิโลกรัมละ 60 บาท นับว่าขายได้ราคาดีมาก ผลผลิตส่วนใหญ่ส่งไปขายยังสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศรัสเซีย

                ในขณะที่มะม่วงไต้หวันพันธุ์ ยู่เหวิน” จัดเป็นมะม่วงแปลกและหายากอีกสายพันธุ์ที่น่าปลูกมีความโดดเด่นตรงที่ขนาดของผลใหญ่,สีผิวถ้าไม่ห่อผลจะมีสีม่วงเข้มและถ้าห่อผลด้วยถุงห่อชุนฟง (ถุงคาร์บอน)จะออกสีชมพูอมแดง ในขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้น สำหรับรสชาติจัดเป็นมะม่วงที่รสชาติหวานเนื้อละเอียดและไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้สำหรับมะม่วง เคนซิงตัน ไพรด์” จัดเป็นมะม่วงการค้าที่ออสเตรเลียที่พื้นที่ปลูกมากที่สุดเมื่อนำมาปลูกในประเทศไทย ออกดอกและติดผลได้ดีที่สำคัญตอบสนองต่อการใช้สารแพคโคลบิวทราโซลเพื่อบังคับให้ออกนอกฤดู

                มะขามป้อมยักษ์อินเดีย” จัดเป็นสายพันธุ์มะขามป้อมที่มีขนาดผลใหญ่ที่ พ.อ.อ.กิตติชุ่มสกุล ได้สายพันธุ์มาจากประเทศอินเดียซึ่งเป็นมะขามป้อมที่มีขนาดของผลใหญ่กว่ามะขามป้อมไทย บางผลมีขนาดใหญ่มากมีเส้นผ่าศูนย์กลางของผลเกือบ 2 นิ้วฟุตก็มี ความจริงแล้วมะขามป้อมจัดเป็นผลไม้ที่เป็นทั้งอาหารและยา กล่าวคือเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมากที่สุดในบรรดาพืชทุกชนิดที่มีในโลก การปลูกมะขามป้อมเชิงพาณิชย์โดยใช้กิ่งทาบปลูกไปเพียง 7 เดือนจะเริ่มให้ผลผลิตแล้ว ระยะปลูกที่เหมาะสมที่สุดคือ 8X8 เมตร      ในวารสารฉบับนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องทับทิมพันธุ์ศรีปัญญาและลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 ซึ่งเป็นลิ้นจี่พันธุ์เบาสามารถนำมาปลูกในเขตพื้นที่ภาคกลางได้

                ขออุทิศความดีที่เกิดจากวารสารฉบับนี้แด่ อ.ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ

                 ทวีศักดิ์  ชัยเรืองยศ

         บรรณาธิการ วารสารเส้นทางกสิกรรม

 
   
ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร