http://www.sentangkasikum.com/  
  
 ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร
 ค้นหา :
  
สถิติของร้าน
เปิดร้าน
01/02/2008
ปรับปรุง
21/04/2014
ผู้ชมทั้งหมด
380,021
สินค้าทั้งหมด
129

 
หมวดหมู่สินค้า
 
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
ดัชนีราคาสินค้า
ดูสินค้าทั้งหมด

กิ่งพันธุ์ไม้ (39)
วารสารเกษตรรายเดือน (60)
เมล็ดพันธุ์พืช (11)
กิจกรรม-แผนกสวน (16)
ผลไม้สด (3)
บริการของร้าน
 
หน้าแรก
ข่าวสาร
เว็บบอร์ด
สอบถามผ่านออนไลน์
คำถามที่พบบ่อย
บทความน่าสนใจ
สมัครสมาชิก
หน้าสมาชิก
วิธีการสั่งซื้อ
วิธีการชำระเงิน
วิธีการรับสินค้า
แจ้งการชำระเงิน
เช็คสถานะการส่งสินค้า
Track&Trace
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
My Favorite
ตั้งเป็นหน้าแรก
รับข่าวสารจากทางร้าน
 

สมัคร ยกเลิก
Poll
 
คุณประทับใจในการบริการของชมรมเผยแพร่ฯ มากน้อยแค่ไหนครับ
ประทับใจมาก
ประทับใจปานกลาง
ไม่ประทับใจเลย
By Result
  สินค้า
 
ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร : หนังสือ "อาชีพเกษตรกรรม ทำง่ายรายได้งาม" เล่ม 5 [Powered by Weloveshopping.com]
   สินค้า > วารสารเกษตรรายเดือน > B38
 
 
  หนังสือ "อาชีพเกษตรกรรม ทำง่ายรายได้งาม" เล่ม 5  
แก้ไขล่าสุด :   
รหัสสินค้า :   B38
สภาพสินค้า :   สินค้ามือใหม่
ราคา :   ราคา 50.00 ฿
ยี่ห้อ :  
รุ่น :  
ลิงค์ :  
    

facebook   delicious   digg   twitter   google   reddit  

  รูปภาพเสริม:
 
 
 
 
 
 
 
 รายละเอียด:
 
เนื้อหาสาระของอาชีพเกษตรกรรมที่ได้รวบรวมอยู่ในวารสารเส้นทางกสิกรรมฉบับนี้ยังมีความหลากหลายเช่นเดิม อย่ากรณีของเรื่อง “การเลี้ยงแมลงดานาในเชิงพาณิชย์” โดยมีผศ.พัชรี มงคลวัย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนครเป็นผู้วิจัยเกี่ยวกับการตลาดและการเพาะเลี้ยงแมลงดานา ซึ่งผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดผลงานวิจัยดีเด่นเมื่อปี พ.ศ. 2551 ในเนื้อหาของการเลี้ยงแมลงดานาได้มีการอธิบายในรายละเอียดของสายพันธุ์, ธรรมชาติของการอยู่อาศัยและได้มีการประยุกต์ขั้นตอนการเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจโดยได้มีการอธิบายขั้นตอนการเลี้ยงค่อนข้างละเอียดและเกษตรกรผู้อ่านนำไปปฏิบัติได้
    “การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน” ของฟาร์มลุงดุ่ยไส้เดือนดิน จ.นครสวรรค์ ที่มี ดต.มานะ  ชิราพฤกษ์ เป็นเจ้าของ ได้มีการนำไส้เดือนดินมาเพาะเลี้ยงเพื่อใช้ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นมีความหลากหลายจากไส้เดือน หลายคนต่างก็ทราบดีว่าประโยชน์ของไส้เดือนดินในธรรมชาตินั้นจะช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ ปลดปล่อยสารอาหารให้พืชทำให้ดินร่วนซุย ที่ฟาร์มลุงดุ่ยได้ใช้ไส้เดือนดินเพิ่มมูลค่าของขี้วัวจากที่เคยขายได้ตันละ 1,500 บาท ให้เป็นเงินขายได้ตันละ 15,000 บาท สูงกว่า 10 เท่าโดยใช้ไส้เดือนดินย่อยสลาย ในการเพาะเลี้ยงไส้เดือนดินของฟาร์มแห่งนี้ได้ให้รายละเอียดของขั้นตอนการเลี้ยงอย่างละเอียด มีการอธิบายในการแก้ไขปัญหาของการเลี้ยงไส้เดือนอย่างละเอียด นอกจากนั้น ดต.มานะ ยังให้ความรู้สายพันธุ์ไส้เดือนดินในแต่ละชนิดโดยบอกว่าสายพันธุ์ที่น่าเลี้ยงมากที่สุดคือ พันธุ์อาฟริกา รองลงมาพันธุ์ขี้ตาแร่ สำหรับสายพันธุ์ไทยซึ่งมีตัวขนาดเล็กมีความสามารถในการย่อยเศษวัสดุอินทรีย์ได้ดีเช่นกันแต่จะพบ
ปัญหาตรงที่หลบหนีเก่ง
    “การปลูกพริกกะเหรี่ยงในเชิงพาณิชย์” นับเป็นความก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาพันธุ์พริกในประเทศไทย เมื่อ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีล้านนา จ.ลำปาง โดยมี ผศ.ดร.จานุลักษณ์ ขนบดี ได้ทำการคัดเลือกและพัฒนาพันธุ์พริกกะเหรี่ยงที่มีพื้นที่ปลูกกันมากตามแนวชายแดนไทย-พม่า โดยเฉพาะในเขต ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก มีผลผลิตพริกกะเหรี่ยงออกสู่ตลาดในแต่ละปีเป็นจำนวนมากคือช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปีจะมีผลผลิตพริกกะเหรี่ยงเฉลี่ยวันละ 200,000 กิโลกรัม แต่เมื่อสำรวจถึงรายละเอียดของผลผลิตต่อไร่ที่เกษตรกรผลิตได้ยังต่ำมากคือเฉลี่ยไร่ละ 200-300 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้นขณะนี้นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ ผศ.ดร.จานุลักษณ์ ขนบดีและคณะได้ทำการคัดเลือกและพัฒนาพันธุ์พริกกะเหรี่ยงได้พันธุ์พริกกะเหรี่ยงที่ให้ผลผลิตสูงกว่า 1,000 กิโลกรัม หลายสายพันธุ์อย่างกรณีของ “พันธุ์คีรีราษฎร์ 1” เป็นสายพันธุ์หนึ่งที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับพริกกะเหรี่ยงมากที่สุดให้ผลผลิตสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดและได้มีการเผยแพร่พริกกะเหรี่ยงสายพันธุ์นี้ส่งเสริมให้เกษตรกรในเขตพื้นที่ ต.คีรีราษฎร์ได้ทดลองปลูก
    ในวารสารเส้นทางกสิกรรมฉบับนี้ยังได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการปลูกไผ่บงหวานของเกษตรกร 2 ราย รายแรกคือ “สวนไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง” ที่ จ.แพร่ ที่มีคุณวรรณบดี และคุณลำพึง รักษา เป็นเจ้าของ ที่สวนไผ่บงหวานแห่งนี้มีการปลูกไผ่บงหวานเพื่อผลิตหน่อขายและมีการจัดการสวนที่ดีสามารถผลิตไผ่บงหวานนอกฤดูได้ ของแตกต่างของพันธุ์ไผ่บงหวานของสวนแห่งนี้มีความแตกต่างจากที่อื่นๆคือได้คัดเลือกจากการเพาะเมล็ดไผ่บงหวานจาก จ.เลย ที่เริ่มเพาะเมล็ดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 สำหรับอีกรายหนึ่งปลูกไผ่บงหวานเช่นกันคือ “สวนสรภพ” ของคุณฐนะณัฐ ระมั่งทอง ที่ทิ้งอาชีพขายกล้วยปิ้งในกรุงเทพมหานคร, เคยขับแท็กซี่และเคยขายเตาประหยัดพลังงาน กลับสู่บ้านเกิดปลูกไผ่บงหวานในพื้นที่เพียง 3 ไร่ โดยเน้นขายหน่อสดเป็นหลักและมีความเชื่อว่าสามารถใช้แทน “คอมะพร้าวอ่อน” ได้ดี ที่สวนสรภพได้มีรายละเอียดปลีกย่อยถึงขั้นตอนการปลูกไผ่บงหวานไว้อย่างน่าสนใจหลายประการซึ่งหาอ่านได้ในวารสารเล่มนี้
    ท้ายสุดเป็นข้อมูลใหม่และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูกมะม่วงในอนาคตมะม่วงพันธุ์เคนซิงตัน ไพร์ดและพันธุ์อาร์ทูอีทู ซึ่งเป็นมะม่วงของประเทศออสเตรลียและได้นำมาปลูกในประเทศไทยและได้พิสูจน์แล้วว่าปลูกได้ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพไม่แตกต่างจากที่ปลูกในออสเตรเลีย ผู้เขียนขอขอบพระคุณ คุณเจษฎา มณีรัตน์ ที่เป็นหัวแรงหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลรวมถึงเจ้าหน้าที่ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรทุกท่านที่ทำให้วารสารฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขออุทิศความดีที่เกิดจากวารสารฉบับนี้แด่ อ.ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ
                                                                                              ทวีศักดิ์  ชัยเรืองยศ
                                                                                บรรณาธิการ วารสารเส้นทางกสิกรรม

 
   
ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร