http://www.sriprataya.com
 สถิติของร้าน
 เปิดร้าน 14/11/2009 
 ปรับปรุงร้าน 27/02/2012 
 ผู้ชมร้านทั้งหมด 34,123 
 สินค้าทั้งหมด 71 
หมวดหมู่สินค้า
  ดัชนีราคาสินค้า
  ดูสินค้าทั้งหมด (71)
  พระพิฆเนศ (องค์)
  jewerly
  กรอบภาพ, ภาพ
  อื่นๆ
  พระศิวะ (องค์)
  jewerly
  กรอบภาพ, ภาพ
  อื่นๆ
  พระนารายณ์ (องค์)
   jewerly
  กรอบภาพ, ภาพ
  อื่นๆ
  พระพรหม (องค์)
   jewerly
  กรอบภาพ, ภาพ
  อื่นๆ
  พระแม่อุมา (องค์)
  jewerly
  กรอบภาพ, ภาพ
  อื่นๆ
  พระแม่ลักษมี (องค์)
  jewerly
  กรอบภาพ, ภาพ
  อื่นๆ
  อุปกรณ์ เครื่องบูชา
  กำยาน ธูป เทียนหอม
 ค้นหาสินค้า



บริการของร้าน
  หน้าแรก
  ข่าวสาร
  เว็บบอร์ด
  บทความน่าสนใจ
  วิธีการสั่งซื้อ
  วิธีการชำระเงิน
  วิธีการรับสินค้า
  สินค้าในรถเข็น
  Track&Trace
  เกี่ยวกับเรา
  ติดต่อเรา
  Main Page
  Add Favorite
  Poll
By Result
 Link
  Weloveshopping.com
     บทความน่าสนใจ
รูปประกอบ: 
หัวเรื่อง:    พระแม่อุมามหาเทวี
บทความ:   

พระแม่อุมาเทวี

ตำนาน

1.ตำนานแรกกล่าวว่า พระอุมา เดิมกำเนิดในร่างมนุษย์นามว่าสตี เป็นธิดาของพระทักษะประชาบดีมีพระขนิษฐาพระนามว่าพระนางคงคา ได้เป็นชายาของพระศิวะ ตอนที่พระศิวะทรงอวตารลงมาในภาคของมุนีภพ ไว้ผมยาว ไว้หนวดเครา นำกระดูกมาร้อยเป็นสังวาลสวมคอ นอนตามป่าช้า มีกลิ่นตัวเหม็นสาบ เป็นที่รังเกียจของพระทักษะ แต่ด้วยบารมีของพระนางสตี จึงมองเห็นรูปกายที่แท้จริงว่าพระมุนีองค์นี้ว่าเป็นภาคหนึ่งขององค์พระศิวะ ต่อมาด้วยความรังเกียจ พระทักษะประชาบดี จึงได้ลบหลู่เกียรติของพระศิวะในงานพิธี พระนางสตีจึงทรงเข้าตบะเพื่อขับเพลิงออกมาจากร่าง เพื่อสังหารพระองค์เอง (บางตำรากล่าวว่า พระนางกระโดดเข้ากองไฟ) ด้วยความพิโรธ พระศิวะทรงส่งอสูรชื่อ วีรภัทร ไปทำลายงานพิธีและตัดศีรษะพระทักษะประชาบดี ต่อมาบรรดาหล่าเทพไปอ้อนวอนต่อพระศิวะให้ทรงอภัยต่อพระทักษะประชาบดี พระศิวะจึงต่อคืนด้วยหัวแพะที่ใช้บูชายัญในพิธีนั้น ครั้งนั้นพระศิวะทรงเศร้าโศกเสียใจด้วยความรักที่มีต่อพระนางสตี จึงทรงทรงพาร่างของพระนางสตีออกไปจนสุดจักรวาล และบำเพ็ญพรตบารมีอยู่เป็นเวลานาน

2. นามพระนางปารวตี คำว่า ปารวตี เป็นภาษาสันสกฤต แปล เป็น กำเนิดจากภูเขา หมาย ถึง การเกิดของพระนางลูกสาว เป็นธิดาของท้าวหิมวัตและพระนางเมนกา เทพแห่งภูเขา และเทือกเขาหิมาลัย    พระนางปารวตีเป็นชายาขององค์พระศิวะ มีพระโอรส 2 พระองค์ คือ พระขัณทกุมาร ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการสงคราม และ พระพิฆเณศ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการขจัดอุปสรรคทั้งมวล พระนางปารวตี เป็นชาติที่สองเป็น ซึ่งต่อมาพระนางได้เป็นชายาของพระศิวะอีกครั้ง เมื่อครั้งที่พระศิวะเนื่องจากเมื่อไม่มีพระนางสตีพระศิวะได้แต่บำเพ็ญเป็น โดยไม่มีความสนใจในเรื่องของโลก เพื่อให้เกิดสมดุลแห่งจักรวาลพระนางปารวตีจึงจุติลง จึงเกิดพระนางปารวตี เมื่อเติบโตขึ้นเป็นหญิงสวยงาม และ มีเสน่ห์ เพื่อแสดงความเรพต่อพระศิวะ  ทุกวันพระนางจะไป ถ้ำของพระศิวะ เพื่อคอยดูและปัดกวาด แต่พระศิวะไม่ลืมพระเนตรเลย ต่อมา กามเทพใช้ลูกศรเพื่อให้พระศิวะรักพระนางปารวตีแต่พระองค์ปิดตาที่สามทำลาย ต่อมานางปรวตรีก็ได้ไปถือ ศิลขอพรต่อองค์พระศิวะเทพ เมื่อพระศิวะเทพ ได้ลืมตาขึ้นมา พระศิวะก็แปลงกายเป็นพรามณ์ เพื่อลองใจนางว่านางจะยังรักพระองค์ หรือไม่ แต่เมื่อนางถูกลองใจแล้ว นางก็รู้ว่าพรามณ์ผู้นี้ ก็คือพระศิวะนั้นเองเมื่อพระศิวะลองใจนางแล้วต่อมา จึงได้แต่งงานกัน

 

ความเชื่อ

1.    พระแม่อุมาเทวี หรือพระนางปารวตีเปรียบดังมารดาเป็น ดังนั้นความอ่อนโยนของพระจึงเป็นดังแม่ที่รักและคุ้มครอง 

2.    ทางด้านศาสนาพระแม่อุมาเทวีเปรียบเป็น แม่ที่ยิ่งใหญ่  ศักดิ์สิทธิ์  เป็นมหาเทวี หมาย ถึง ศักติ คือศูนย์ รวม ของ พลังงาน ทั้งหมด ของ จักรวาล.

3.    พระแม่ปราวตีในนามมเหสีของพระศิวะ เป็นการเกิดใหม่ของพระนางสตี

4.    ลัทธิศักติ แพร่หลายในแคว้นเบงกอลและอัสสัมในปัจจุบัน  ณ เมืองกาลิกัด ซึ่งมีเทวาลัยของพระแม่กาลีที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ และในเทวาลัยแห่งนี้ยังคงมีการบูชายัญสัตว์อยู่เพราะเชื่อว่า พระแม่กาลีโปรดการเสวยเลือด พระนางจะมีปางต่างๆมากมาย แต่ปางที่คนเคารพนับถือกันมากมี 3 ปางใหญ่คือ พระนางอุมาปาราวตี พระนางมหากาลี พระนางทุรคาเทวี

 

เก้าปางต่างๆที่ปรากฏองค์ต่อจากพระแม่ดุรกา หรือ พระแม่อุมาเทวีปางแรก

พระแม่บรามาจาริณีปางที่สอง

พระแม่บรามาจาริณี  ซึ่งได้รับพระนามมาจากพระพรหม  คำว่า บรามาแปลว่าพระพรหม และ ยังรวมถึงผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบ ทำการบำเพ็ญตบะตำนานกล่าวว่า เมื่อครั้งที่พระแม่ได้ถือกำเนิดเป็นพระแม่ปาราวตี พระแม่ปาราวตีกำลังเล่นกับเพื่อน ๆ อยู่ ปรากฏว่าเพื่อนของพระองค์นางหนึ่ง ได้ดูลายมือของพระนางแล้วทายว่า พระนางต้องแต่งงานกับโยคี หรือ ฤาษีท่านหนึ่งที่ไม่ค่อยนิยมแต่งกายด้วยเสื่อผ้า หรือเครื่องประดับหรูหราใด ๆ แต่โยคีท่านนี้ เคยใช้ชีวิตคู่อยู่กับเธอมาแล้วในชาติที่แล้ว แต่ในชาตินี้ เธอจะต้องทำการบำเพ็ญตบะเสียก่อน เธอถึงจะได้แต่งงานกับท่านอีกครั้ง  ซึ่งโยคีหรือ ฤาษีที่พระสหายได้ทำการทำนายก็คือ พระศิวะ  พระแม่บรามาจาริณีพอได้ฟังดังนั้นก็รีบไปบอกพระมารดาว่า จะไม่ขอแต่งงานกับใครอีกนอกจาก พระศิวะ ถ้าไม่เช่นนั้น พระนางก็จะไม่แต่งงานกับใครอีกเลย จนชั่วชีวิต หลังจากนั้น พระแม่บรามาจาริณีก็ได้เดินทางออกไปบำเพ็ญพรตเพื่อที่พระศิวะจนได้ยอมรับพระนางเป็นมเหสีอีกครั้ง

การปรากฏองค์

ทรงถือประคำในมือขวา มือซ้ายทรงถือหม้อน้ำ  

 

พระแม่จันดรากานดาปางที่สาม

พระแม่จันดรากานดา ทรงมีพระจันทร์เสี้ยวที่หน้าผากค่ะ  พระองค์ทรงงดงามมาก  พระฉวีก็สีทอง มีดวงตา 3 ดวง มี 10 พระกร ทรงอาวุธครบ ประทับนั่งบนหลังราชสีห์  ในปางนี้พระแม่เป็นปางที่แสดงถึงความกล้าหาญสูงสุด เมื่อพระองค์เสด็จไปไหน จะมีเสียงระฆังเสมอเป็นเสียงดังกังวานและน่าเกรงขามมากต่ออสูร ภูติผี ปีศาจ

 

พระแม่กุชมานดาปางที่สี่

กล่าวกันว่า พระนางทรงสร้างจักรวาลทั้งปวงโดยการหัวเราะเพียงครั้งเดียว พระแม่จะประทับอยู่เหนือสุริยจักรวาล  และส่งประกายครอบคลุมจักรวาลไปทั้ง 10 ทิศ พระแม่ในปางนี้จะมี 8 พระกร ทรงอาวุธทั้งหมด 7 อย่าง ทรงถือประคำในมือขวาพระแม่ก็ทรงราชสีห์ ในปางนี้พระแม่โปรดที่จะได้รับการถวายผงจันทร์สีแดง

 

พระแม่ดุรกา สกันดามาตา ปางที่ ห้า

พระแม่ดุริกา สกันดามาตา เป็นพระแม่ที่เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนแห่งไฟ

การปรากฏพระองค์

พระแม่จะปรากฏกายโดยมีพระขันธกุมารนั่งอยู่บนตักเสมอ  มีดวงตาถึง 3 ดวง และมีสี่พระกร พระฉวีสีขาว ประทับนั่งบนดอกบัว

 

พระแม่กาฏญาญาณี ปางที่หก

1.พระแม่กาฏญาญาณีนี้ ถือกำเนิดมาจากตำนานว่า พระเจ้ากาฏ มีนามว่า กาฏญาญัณ ได้บำเพ็ญตบะอย่างคร่ำเคร่งเพื่อต้องการที่จะขอพรให้ได้นางฟ้า นางสวรรค์ หรือมหาเทวี มาเป็นบุตรสาวของตน พระแม่กาฏญาญาณีจึงได้ถือกำเนิดมาเป็นบุตรสาวของท่านกาฏญา

2.ตำนานเล่าว่า มีมานพหนุ่มที่ชื่อว่า วริณดาวานาได้ทำการขอพรจากพระแม่กาฏญาญาณีทุก ๆ วันหลังจากได้อาบน้ำชำระร่างกายที่แม่น้ำยมนา เพื่อให้ได้แต่งงานกับคนรัก และก็ประสพความสำเร็จ พระแม่กาฏญาญาณีจึงเชื่อกันว่าสามารถช่วยประทานพรให้คู่รักที่ไม่ได้แต่งงานกันง่ายได้สมหวังในความรักได้

การปรากฏพระองค์

พระแม่กาฏญาญาณีนี้มีดวงตาถึง 3 ดวง มีพระกรณ์ถึง 8 พระกร ทรงอาวุธครบ ทรงพาหนะเป็นราชสีห์  อสูรร้ายกลัวเกรง 

 

พระกาลราตรีปางที่เจ็ด

กาลราตรี คือ พระฉวีของพระแม่ในปางนี้จะสีดำสนิทดั่งความมืด  พระเกศายาวสยาย กระเซิง  สร้อยคอของพระองค์จะสว่างเป็นสีเงิน เปรียบได้ดั่งสีแห่งสายฟ้าฟาด มีดวงตาสามดวงเปรียบได้ดั่งจักรวาล เวลาพระแม่หายใจ ก็จะมีเปลวงเพลิงพวยพุ่งออกมาจากทางจมูกตลอดเวลา พระแม่จะทรงยืนอยู่บนซากศพ และทรงถือดาบ พระองค์ก็จะอยู่ในท่าประทานพรด้วยสำหรับผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ  ส่วนมือซ้ายด้านบนจะทรงถือคบเพลิง  ส่วนมือซ้ายด้านล่างลงไปอีกก็ทำท่าที่สื่อถึงสาวกของพระองค์ว่า อย่ากลัว พระแม่ปางนี้ถือเป็นสัญลักษณ์มหามงคลชาวอินเดียเรียก พระองค์ว่า ศุภะมการี

 

พระมหาโกรีปางที่ แปด

พระมหาโกรี ปรากฏพระองค์สี่พระกร พระฉวีเป็นสีผิวที่ขาวผ่อง และงดงาม  พระแม่จะฉายแววแห่งความรัก และ ความสงบ จะสวมส่าหรีสีขาว หรือเขียวเสมอ พระองค์ถือกลอง และ ตรีศูล และทรงขี่วัว

 

พระแม่สิทธิราตรีปางที่เก้า

ปางสุดท้ายพระแม่ทรงพระนามว่า พระแม่สิทธิราตรีประทับบนดอกบัว มีสี่พระกร และพระแม่พร้อมที่จะประทานพรสำคัญทั้ง 26 ประการแก่สาวกของพระแม่ที่ทำการสวดขอพรอยู่เป็นประจำ สถานที่สำคัญที่สาวกของพระแม่ควรไปสวดอ้อนวอนและขอพรจากพระองค์จะอยู่ที่ เมือง นันทประวัติ แห่งเทือกเขาหิมาลัย

 

อวตารของพระแม่อุมาเทวี

1.ปางพระแม่กาลี (พระนางกรีกกาลราตรี) โดยมีลักษณะดังนี้ มี 10 พระกร ถืออาวุธครบมือ แลบลิ้นยาวถึงทรวงอก เครื่องประดับเป็นหัวกระโหลก สังวาลเป็นงูมีลักษณะดุร้าย

2.ปางทรุคาเทวี โดยมีลักษณะดังนี้ มี 8 ถึง 12 พระกร ลักษณะดุทรงเสื้อ

 

รูปเคารพอื่นที่พบของพระแม่อุมาเทวี

                1.ปางพระศิวะและพระนางศักติ ในรูปลักษณ์ของพระศิวะ ครึ่ง พระแม่อุมา

(Ardhanarishvara อรรถนารีศวร)
2.
ในรูปลักษณ์ของศิวะลึงค์ หมายถึง ความ สามัคคีระหว่างวิธีของดาบส และ การ ครอง เรือน

 

เทศกาลที่มีการบูชาพระแม่อุมา

1.เกิดขึ้นในช่วง เทศกาล Gangaur เทศกาล จะ เริ่ม ใน วัน แรก ของ Chaitra วัน หลังจาก Holi และ ต่อ เนื่อง สำหรับ 18 วัน

2.เทศกาลนวราตรีคุเซราห์ จะสักการะเป็นเวลาเก้าวัน จริงๆ เทศกาล นี้เกี่ยวกับ พระแม่ดุรกา คือ กับ เก้า รูป แบบ ของ เธอ คือ Shailputri, Brahmacharini, Chandraghanta, Kashmunda, Skandmata, Katyani, Kalratri, Mahagauri, Siddhidaatri

 

มนต์พระแม่อุมาเทวี

1.ปารวตี ศโลก

นะโม สะตุเต มหาเทวี สุปรีตา เม สะดา ภะวะ ประยัจฉะ ตะวัง วะรัง หะยายุช ปุษโฏนิ แจวะ กะษะมาน ธฤตยามะ ชันนี สิทธะแสนปัสสะยะ สิทธะ จารัณ เส วิตามะ จะราน กฤมารัปปะภะวาน ปารวตี ปะระวะตาเตมะ ชามะ

2. อุมา คายตรี

โอม คิริชาแย วิทัมเห ศิวะปะริยาแย ธีมหิ ตันโน โครี ปรโจทยาต
3.
มหากาลี คายตรี

โอม... กาลิกาแย วิทัมเห ศัมศานวาสินแย ธีมหิ ตันโน โฆรา ปรโจทยาต

4. ภัทรกาลี มนต์

โอม ตักรีม ตักรีม ตักรีม หู หู หรีม หรีม แภ ภัทรากาลิน แภน หรีม หรีม หูน หู ตักรีม ตักรีม สะวาหา โอม...สะระวะ กาละราตริกามิณี คเณสะวะแย นมัช

 

คาถาอัญเชิญ

โอม นะมัสศิวารายะ จะ นะมัสศิวายะ ปะระวะตี ยะโฮ กัตตะการี จะ ปุระณะ ดุลรานะฮี กะโฮ ยะวา กัตตระณัม อารคัม ดัมบะรา อาลี อาลี อาระยัน ยันนะวะฮี จะ นะมัสศิวารายะ กอรี ยะโฮ ตียะ นะวะโฮ สีวิรุธ ตะรัยยะเก กามะจะ มะเหยะเต

บทขอพรพระแม่อุมา

โอม...โรคานนะเศษานะปะหัมสิ ดุษฏา รุษฏา ตุ กามาน สะกะลานะภีษะฏาน ตะวามาศรีตานาม นะ วิปันนะรานาม ตะวามาศรีตา หยา ศระยะตาม ปะระยานติ

คาถาสรรเสริญพระนาม

          พระแม่อุมา           โอมเจมาตากี

                พระแม่ดุรกา         โอมศรีดุรกา นมะหะ หรือโอม ดูมดูกาเย นะมะหะ

                พระแม่กาลี           โอม เจมาตากาลี นะมะหะ

พระนามทั้ง 108 พระนาม

พระนามทั้ง 108 เหล่านี้นำมาเป็นบทสวดเพื่อขอพรในสิ่งที่ปรารถนา หรือกระทำในพิธีบวงสรวงต่างๆ โดยกล่าวขึ้นต้นคือโอม แล้วตามด้วยพระนามแล้วตามด้วย นะมะหะ เช่น โอมลลิตานะมะหะ

1 พระแม่ ไวศาลกษี                          2 พระแม่ ลิงคธาริณี
3
พระแม่ ลลิตา                    4 พระแม่ กามากษี
5
พระแม่ กุมุทา           6 พระแม่ ไวศวกายา
7
พระแม่ โคมตี           8 พระแม่ จามจริณี
9
พระแม่ มโหตักตา                          10 พระแม่ ชยันติ
11
พระแม่ โครี           12 พระแม่ รัมภา
13
พระแม่ กีรติวดี                 14 พระแม่ วิศวา
15
พระแม่ ปุรุหุตา                 16 พระแม่ มารักทายิณี
17
พระแม่ นันทา                             18 พระแม่ ภัทรภรรณิกา
19
พระแม่ ภวาณี                             20 พระแม่ พิลวัปตริกา
21
พระแม่ มาธวี                   22 พระแม่ ภัทรา
23
พระแม่ ชยา                                 24 พระแม่ กัมลา
25
พระแม่ รุทราณี                 26 พระแม่ กาลี
27
พระแม่ กปิลา                  28 พระแม่ มุกเตศวรี
29
พระแม่ มหาเทวี                         30 พระแม่ ชลปรียา
31
พระแม่ กุมารี                   32 พระแม่ ลิลิตา
33
พระแม่ อุตัปกาษี               34 พระแม่ มโหตปลา
35
พระแม่ มัคลา                  36 พระแม่ วิมลา
37
พระแม่ อโมฆากษี              38 พระแม่ ปาตลา
39
พระแม่ นารายณ์               40 พระแม่ โกตวี
41
พระแม่ สุคันธา                42 พระแม่ ตริสันธยา
43
พระแม่ รติปริยา                         44 พระแม่ ศิวานันทา
45
พระแม่ นันทิณี                 46 พระแม่ รุกมิณี
47
พระแม่ ราธา                   48 พระแม่ เทวกี
49
พระแม่ ปรเมศวรี              50 พระแม่ ศิตา
51
พระแม่ วินทุวาสินี                     52 พระแม่ เอกวิรา
53
พระแม่ จันทริกา               54 พระแม่ รัมณา
55
พระแม่ มริคาวตี               56 พระแม่ มหาลักษมี
57
พระแม่ อุมาเทวี                58 พระแม่ อโรคา
59
พระแม่ มเหศวรี               60 พระแม่ อัภยา
61
พระแม่ อมฤตา                 62 พระแม่ มานหวี
63
พระแม่ สวหา                  64 พระแม่ ปรจัณฑา
65
พระแม่ จัณฑิกา                          66 พระแม่ วราโรหา
67
พระแม่ ปุษกราวตี              68 พระแม่ เทวมาตา
69
พระแม่ มหาภาคา              70 พระแม่ ปิงคเลชวรี
71
พระแม่ สัพหิกา                72 พระแม่ ยักรี
73
พระแม่ โลกา                   74 พระแม่ สุภัทรา
75
พระแม่ มาตา                               76 พระแม่ ลักษมีรัตณา
77
พระแม่ วิศวมุขี                78 พระแม่ ตารา
79
พระแม่ ปุษฎิ                   80 พระแม่ เมธา
81
พระแม่ ภีมา                                 82 พระแม่ ปุษตี
83
พระแม่ สุทธิ                    84 พระแม่ มาตา
85
พระแม่ ธวะนี                              86 พระแม่ ธฤติ
87
พระแม่ กาลา                   88 พระแม่ สิวการีณี
89
พระแม่ อมริตา                            90 พระแม่ อุรวศี
91
พระแม่ เอาษธิ                  92 พระแม่ กุโศทัก
93
พระแม่ มัมมธา                 94 พระแม่ สัตยาวาทินี
95
พระแม่ วันทนียา               96 พระแม่ นิธิ
97
พระแม่ คายตรี                 98 พระแม่ ปาราวตี
99
พระแม่ ภัทรสุนทรี             100 พระแม่ วิปูลา
101
พระแม่ อินทราณี            102 พระแม่ สรัสวตี
103
พระแม่ ประภา               104 พระแม่ ไวษณวี
105
พระแม่ อรุณธติ              106 พระแม่ ติโลตมา
107
พระแม่ พรหมกะลา         108 พระแม่ ศักติ


การกราบไหว้บูชาประกอบด้วย

 ถวายข้าวสุก นม น้ำตาล  ผลไม้ต่างๆ  น้ำตายทรายอ้อยน้ำตายทรายขาว เนย และ นมเปรี้ยว

 

 

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:   
ผู้ลงบทความ:    โอมศีปะทาญะ
 
By โอมศีปะทาญะ
Copyright 2004 Weloveshopping.com All rights reserved.