MammyAndKids
 http://www.mammyandkids.com
 สถิติของร้าน
 เปิดร้าน 11/08/2009 
 ปรับปรุงร้าน 19/06/2010 
 ผู้ชมร้านทั้งหมด 18,472 
 สินค้าทั้งหมด 142 
หมวดหมู่สินค้า
  ดัชนีราคาสินค้า
  ดูสินค้าทั้งหมด (142)
  กระเป๋าเป้ / ล้อลาก / Lunch Bag
  กระติกน้ำ / แก้วน้ำ
  หน้ากากอนามัยลายน่ารัก
  หมอน/ตุ๊กตา
  ถุงเท้า/รองเท้า
  ผ้าเช็ดตัว/ผ้าห่ม Disney
  Gift Box
  สินค้าอื่นๆ
 ค้นหาสินค้า



บริการของร้าน
  หน้าแรก
  ข่าวสาร
  เว็บบอร์ด
  บทความน่าสนใจ
  วิธีการสั่งซื้อ
  วิธีการชำระเงิน
  วิธีการรับสินค้า
  สินค้าในรถเข็น
  Track&Trace
  เกี่ยวกับเรา
  ติดต่อเรา
  Main Page
  Add Favorite
 Link
  Weloveshopping.com
  หนังสือและสื่อการสอนต่างๆ
  kiddythai.com
     บทความน่าสนใจ
รูปประกอบ: 
ไม่มีรูปภาพประกอบ
หัวเรื่อง:    เด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และกลยุทธ์การส่งเสริมสุขภาพ
บทความ:   
เด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และกลยุทธ์การส่งเสริมสุขภาพ
รวบรวมและเรียบเรียงโดย
แพทย์หญิงนิพรรณพร วรมงคล นายแพทย์ 9
หัวหน้ากลุ่มอนามัยแม่และเด็ก
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

 

ทารกน้ำหนักน้อยคืออะไร

ทารกน้ำหนักน้อย คือ ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2.5 กิโลกรัม (2,500 กรัม) โดยไม่คำนึงถึงอายุครรภ์ ถ้านับอายุครรภ์ด้วย คลอดครบกำหนด จะมีอายุครรภ์ 37-42 สัปดาห์ ต่ำกว่า 37 สัปดาห์ เรียก คลอดก่อนกำหนด หากมากกว่า 42 สัปดาห์ เรียกเกินกำหนด

ทารกน้ำหนักน้อยสำคัญอย่างไร

  • ประมาณ 75% ของการเสียชีวิตของทารกแรกเกิด เกิดในกลุ่มทารกน้ำหนักน้อย หรือถ้ารอดตายในช่วงต้นของชีวิต ก็อาจมีปัญหาในด้านการเจริญเติบโต หรือพัฒนาการตามมา เช่น ปัญหาในด้านการเรียน การมองเห็น โรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินอาหาร หรือการเป็นเด็กพิการ ปัญญาอ่อน
  • ในประเทศไทย มีเด็กเกิดใหม่ปีละ 800,000 รายต่อปี และมีทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยประมาณ ร้อยละ 9 เท่ากับมีทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยปีละ 72,000 คน จะเห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเด็กกลุ่มนี้ เป็นจำนวนสูงมาก และบางรายที่มีความพิการนั้น ต้องเป็นภาระแก่ครอบครัว และประเทศในการดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิต ครอบครัวที่มีลูกเป็นทารกแรกเกิด น้ำหนักน้อย โดยเฉพาะทารกที่น้ำหนักน้อยมากๆ 1,500-2,000 กรัม หรือน้อยกว่า ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง ในการเลี้ยงดูและรักษา ภาวะแทรกซ้อนที่เกิด รวมทั้งมีภาระในการเลี้ยงดู หรือความพิการซ้ำซ้อนที่ตามมา

 

สถานการณ์ทารกน้ำหนักน้อย

ทารกน้ำหนักน้อยเป็นปัญหาที่สำคัญ ของงานอนามัยแม่และเด็ก ในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ และภาคอีสาน กลุ่มชาวเขา ฐานะยากจน พื้นที่เฉพาะ เช่น กลุ่มชนเร่ร่อน ประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าหมาย ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่แผนฯ 7 จนถึงแผนฯ 9 (2535-2549) ที่จะลดอัตราทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย โดยให้มีอัตราทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย ไม่เกินร้อยละ 7 จะเห็นได้ว่า สถานการณ์ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย ตั้งแต่ปี 2533 ถึงปี 2540 ลดลง จนใกล้เป้าหมาย คือ ร้อยละ 7.7 แต่เนื่องจากในปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา ได้มีวิกฤตการทางเศรษฐกิจ ทำให้มีผลกระทบอย่างมาก ต่อการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ และทารกแรกเกิด ทำให้อัตราเพิ่มขึ้น ดังแผนภูมิที่ 1

ทำอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทารกน้ำหนักน้อย

  • จากปัจจัยที่แสดงในตารางที่ 1 ควรให้คำแนะนำหญิงกลุ่มวัยเจริญพันธุ์หลีกเลี่ยง หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนที่จะตั้งครรภ์

  • ใน หญิงตั้งครรภ์ที่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์แฝด ต้องไปฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ บางครั้งกลุ่มนี้อาจต้องได้รับการ ส่งต่อไปพบแพทย์ เพื่อการดูแลเป็นพิเศษ ในการป้องกันไม่ให้เกิดทารกน้ำหนักน้อย
  • หญิงวัยเจริญพันธุ์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ (ซึ่งสถานการณ์ของภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ มีแนวโน้มไปในทางที่ดี คือ มีอัตราลดลงจากร้อยละ 28.5 ในปี พ.ศ.2530 เหลือร้อยละ 12.21 ในปี 2546 ดังแสดงในแผนภูมิที่ 2)

  • สภาวะ ร่างกายเจ็บป่วยที่มีโอกาสเกิดทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย ได้แก่ ภาวะโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง โรคไต เบาหวาน การติดเชื้อเรื้อรังทางเดินปัสสาวะ อวัยวะสืบพันธุ์ หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ ถ้าสตรีมีประวัติเหล่านี้ในตัวเอง หรือในครอบครัว ควรได้รับการแนะนำ เพื่อการป้องกัน และเตรียมตัวในการตั้งครรภ์ ให้มีคุณภาพทั้งของตัวเอง และทารกในครรภ์ และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างดี ตลอดการตั้งครรภ์ หรือ ลด ละ เลิก พฤติกรรมบางอย่างที่เป็นความเสี่ยง ต่อตนเอง หรือต่าการเกิดทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ เช่น การสูบบุหรี่
  • แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ทึกคนไปฝากครรภ์ทันที ที่รู้ว่าตั้งครรภ์ และไปตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้ทันการ ในกรณีที่จะเกิดความเสี่ยง ทำให้เกิดทารกน้ำหนักน้อย นอกจากนั้นยังได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับ
    • กินอาหารปริมาณมากพอ รวมทั้งให้ได้คุณค่าทางโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ถูกต้อง
    • น้ำหนักเพิ่มขึ้นในจำนวนที่พอเหมาะ
    • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือซื้อยากินเอง
    • ออกกำลังกายพอเหมาะ
    • พยายามลด ละ ความเครียด
    • เรียนรู้อาการ และอาการแสดงของการคลอดก่อนกำหนด

แนวทางการดูแลขณะตั้งครรภ์

  1. ให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับความรู้ เรื่อง โภชนาการ
    • กราฟโภชนาการหญิงมีครรภ์ (Vallop Curve & Vallop Weight Log ดังแผนภูมิที่ 3 และตารางที่ 2)
    • อาหารทดแทนหญิงมีครรภ์ (Vallop Menu)
  2. ลดการตั้งครรภ์ที่มารดาอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือมากกว่า 35 ปี หรือครรภ์ที่ 4 ขึ้นไป และการเว้นช่วงว่างการตั้งครรภ์ ควรจะเป็น 2-5 ปี
  3. ใช้ระบบเกณฑ์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะการตั้งครรภ์
  4. ให้วิตามินเสริมธาตุเหล็กแก่หญิงตั้งครรภ์ทุกคน
  5. ถ้ามารดาที่มีภาวะแทรกซ้อน ควรรับไว้ในโรงพยาบาล
  6. มีบริการตรวจวินิจฉัย และรักษาทารกในครรภ์เมื่อเจ็บป่วย
    • ใช้ระบบเกณฑ์เสี่ยง เพื่อคัดเลือกมารดาในการให้การดูแลอย่างเหมาะสม
    • ใช้การตรวจโดยใช้คลื่นความถี่สูง (Ultrasound) เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ในการคำนวณอายุครรภ์
    • มีการตรวจรักษา และป้องกันโอกาสเสี่ยงทางพฤ๖ิกรรม เช่น การสูบบุหรี่ ภาวะทุพโภชนาการของมารดา
    • ให้สุขศึกษาแก่มารดา เรื่อง อาการแสดงของการคลอดก่อนกำหนด
    • มีการประสานงานระหว่างระบบการให้บริการสาธารณสุข

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินโครงการเฝ้าระวังหญิงตั้งครรภ์ เพื่อทารกแรกเกิดมาน้ำหนักดี มาตั้งแต่ปี 2543 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทารกแรกเกิด มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 2,500 กรัม มากกว่าร้อยละ 93 โดยใช้กลวิธี

  • แนะนำ ประชาสัมพันธ์ ให้หญิงตั้งครภ์มาฝากครรภ์ทันที ที่รู้ว่าตั้งครรภ์
  • ส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์มีการเฝ้าระวัง และดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง โดยการใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก
  • การใช้เส้นทางลูกรัก ในการดูแลตนเอง เพื่อให้น้ำหนักขึ้น ตามเกณฑ์ และเมื่อคลอดทารกแรกเกิด น้ำหนักมากกว่า 2,500 กรัม
  • สถาน บริการสาธารณสุขจัดการเฝ้าระวังหญิงตั้งครรภ์ ในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) โดยใช้กราฟโภชนาการหญิงมีครรภ์แผนภูมิที่ 3 และตารางที่ 2 (Vallop Curve & Vallop Weight Log) และภาพชุดอาหารทดแทน สำหรับหญิงตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ

  • หญิงตั้งครรภ์ได้รับวิตามินเสริมธาตุเหล็กทุกคน
  • สนับ สนุนให้สถานบริการสาธารณสุข มีการพัฒนา และจัดการเฝ้าระวังหญิงงตั้งครรภ์ ในคลินิกฝากครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เทคโนโลยี เช่น กราฟภาวะโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์ ภาพชุดอาหารทดแทน สำหรับหญิงตั้งครรภ์ การป้องกัน และดูแลโรคความดันโลหิตสูง ขณะตั้งครรภ์ เป็นต้น
  • พัฒนาชุดสำเร็จรูปเกี่ยวกับภาวะโภชนาการ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งประกอบไปด้วย โภชนบัญญัติ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ข้อแนะนำเกี่ยวกับวิตามิน เกลือแร่ อาหารครบมาตรฐาน สำหรับหญิงตั้งครรภ์ คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติ กราฟแสดงภาวะโภชนาการ ของหญิงตั้งครรภ์ ที่ได้รับการประยุกต์นำเสนอ ในรูปแบบตารางภาพ ชุดอาหารทดแทน สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ตำรับอาหาร
  • ส่งเสริมให้มีการพัฒนาระบบการส่งต่อ ในการเฝ้าระวังสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ประสานงาน ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน และการประยุกต์ใช้เทคโนโยีให้เหมาะสม ในแต่ละสถานบริการ

เส้นทางลูกรัก คือ อะไร

แผ่นพับเส้นทางลูกรัก เป็นเอกสารสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่จะมอบให้หญิงตั้งครรภ์ ที่มาฝากครรภ์ครั้งแรกทุกราย เพื่อใช้เป็นคู่มือในการดูแลตนเอง และปฎิบัติตนให้ถูกต้อง ตั้เงแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงวันคลอด โดยเน้นการเฝ้าระวังเรื่องน้ำหนักที่เหมาะสม ในระยะต่างๆ ของการตั้งครรภ์ ในแผ่นพับจะมีเนื้อหาสำคัญ ที่หญิงตั้งครรภ์สามารถอ่านทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามได้ง่ายด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นการช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการเฝ้าระวัง และดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ได้อีกทางหนึ่ง

เส้นทางลูกรักบอกอะไรหญิงตั้งครรภ์

  • ข้อปฏิบัติการกินอาหารของหญิงตั้งครรภ์
  • ภาพชุดอาหารทดแทนสำหรับหญิงตั้งครรภ์
  • การปฏิบัติตนที่ถูกต้องในระยะต่างๆ ของการตั้งครรภ์
  • อาการผิดปกติที่หญิงตั้งครรภ์ ต้องรีบไปพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
  • อาการเปลี่ยนแปลงที่พบได้ในหญิงตั้งครรภ์ที่ถือว่า ปกติ
  • วัคซีนที่จะได้รับระหว่างตั้งครรภ์
  • ช่องสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในแต่ละระยะของการตั้งครรภ์

ทำไมต้องใช้เส้นทางลูกรัก

เส้นทางลูกรักเป็นคู่มือสำหรับการ ดูแลตนเอง ในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อจะได้ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง เป็นขั้นตอน โดยเฉพาะสามารถตรวจสอบน้ำหนักของตนเองได้ ตามระยะต่างๆ ของการตั้งครรภ์ โยวิธีเปรียบเทียบกับน้ำหนักคาดประมาณ ที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้บันทึกไว้ ให้ล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้หญิงตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์มีสุขภาพดี และจะให้กำเนิดทารกน้ำหนักแรกเกิด 2,500 กรัมขึ้นไป

ทำไมต้อง 2,500 กรัมขึ้นไป

ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม มีโอกาสที่จะพบความผิดปกติของระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งยังพัฒนาไม่เต็มที่ เช่น

  • ระบบหายใจ เด็กอาจจะหายใจลำบาก ทำให้ขาดออกซิเจนได้
  • ระบบหัวใจ อาจทำให้เกิดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดได้
  • พบอุณหภูมิกายต่ำ ทำให้เด็กมีโอกาสซึม ดูดนมได้น้อยลง น้ำตาลในเลือดต่ำ หยุดหายใจได้
  • ภูมิต้านทางร่างกายต่ำ ทำให้ติดเชื้อง่าย

ในปี 2545 สำนักส่งเสริมสุขภาพได้ประเมินการใช้ และพัฒนาสื่อ "เส้นทางลูกรัก" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ การใช้ และความคิดเห็นของผู้ให้บริการ คือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้นำสตรีในชุมชน หรืออาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีต่อคู่มือ การใช้แผ่นพับเส้นทางลูกรัก และตารางน้ำหนักขั้นต่ำของหญิงตั้งครรภ์ ที่จะทำให้บุตรน้ำหนักแรกเกิดมากกว่า 2,500 กรัม ผลการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีความรู้ และใช้หัวข้อที่ปรากฎในแผ่นพับ เส้นทางลูกรัก ในการให้ความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้อง แก่หญิงตั้งครรภ์ ก่อนที่จะมอบแผ่นพับให้หญิงตั้งครรภ์ ที่มาฝากครรภ์ทุกราย ใช้เป็นคู่มือดูแลตนเอง และทารกในครรภ์ แต่จะมีการบันทึกในแผ่นพับเส้นทางลูกรักน้อย สำหรับผู้นำสตรีในชุมชน มีบทบาทสนับสนุนการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับการใช้แผ่นพับเส้นทางลูกรักน้อย เนื่องจากไม่ได้รับการแนะนำอบรม เกี่ยวกับประโยชน์การใช้แผ่นพับเส้นทางลูกรัก มีประโยชน์ในการปฏิบัติงานอย่างมาก ช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลหญิงตั้งครรภ์ มีเนื้อหาสาระให้ความรู้ แก่หญิงตั้งครรภ์

น้ำหนักทารกแรกเกิดเป็นเครื่องชี้ วัดของการมีสุขภาพดี การดูแล และส่งเสริมสุขภาพของมารดา และทารกอย่างมีคุณภาพ ให้บรรลุเป้าหมาย ต้องมีการเฝ้าระวังตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรประเมินภาวะเสี่ยงที่จำเป็นต้องได้รับ การดูแล และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยการใช้แบบประเมินภาวะเสี่ยงของหญิงมีครรภ์ ในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก และส่งเสริมให้มีการเฝ้าระวังภาวะโภชนากร ในหญิงตั้งครรภ์ โดยการใช้กราฟโภชนาการหญิงมีครรภ์ อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการใช้ภาพชุดอาหารทดแทน สำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหาร ที่ได้สัดส่วนของอาหารหลัก 5 หมู่ ตามความต้องการของหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งจะนำมาสู่การลดอัตราทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยลงได้ ตามเป้าหมายแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 7

 

บรรณานุกรม

  1. ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินท์, ประภาศรี ภูวเสถียร, ริญ เจริญศิริ. โภชนาการและการส่งเสริมสุขภาพ (Nutrition and Health Promotion) เอกสารประกอบการประชุมวิชาการโภชนาการ จัดโดย สถาบันวิจัยโภชนาการ และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. พิมพ์ครั้งที่ 1 โดย สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2538
  2. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก 2545.
  3. สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข คู่มือการใช้แผ่นพับ "เส้นทางลูกรัก" สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
  4. ส่วนอนามัยแม่และเด็ก สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย สถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็ก ปี 2540-2544. ตุลาคม 2545.
  5. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลด้านอนามัยแม่และเด็ก ประเทศไทย 2540 (National Maternal and Child Health Factbook Thailand 1997), 2540
  6. อัจฉรีย์ แขวงโสภา, นุชปิยา ริ้วพิทักษ์, รดีพร สุขอรุณ. การศึกษาเพื่อประเมินการใช้ และพัฒนาสื่อ "เส้นทางลูกรัก" สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2545.
  7. THONGSIRIMA WARARAT, Knowledge and Attiude towards Using Pregnancy Pathway During Antenatal Care among Pregnant Woman at SAMUTSAKHON HOSPITAL. copyright of MAHIDOL UNIVERSITY 2003.


ขอขอบคุณ website กรมอนามัย
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:   
ผู้ลงบทความ:    MammyAndKids
 
By MammyAndKids
Copyright 2004 Weloveshopping.com All rights reserved.