http://www.Weloveshopping.com/shop/ladyssecret   
 สถิติของร้าน
 เปิดร้าน 23/06/2006 
 ปรับปรุงร้าน 29/08/2012 
 ผู้ชมร้านทั้งหมด 385,929 
 สินค้าทั้งหมด 197 
 ทะเบียนพาณิชย์
  
3100904144058
หมวดหมู่สินค้า
  ดัชนีราคาสินค้า
  ดูสินค้าทั้งหมด (197)
  ตอบเรื่องชุดนอนมือสอง
  ชุดชั้นในหวาบหวิว
  เท่ห์แบบเร้าใจ
  ชุดนอนเซ็กซี่ซีทรู
  ชุดนอนหวานน่าหม่ำ
  ชุดว่ายน้ำเปรี้ยวจี๊ด
  กางเกงในสุดเสียว
  เซ็กซี่แฟนตาซี
  ของเพิ่มความเอ๊กซ์
  ชุดของขวัญเร้าใจ
  สินค้าขายแล้วจ๊ะ
 ค้นหาสินค้า



บริการของร้าน
  หน้าแรก
  ข่าวสาร
  เว็บบอร์ด
  บทความน่าสนใจ
  วิธีการสั่งซื้อ
  วิธีการชำระเงิน
  วิธีการรับสินค้า
  สินค้าในรถเข็น
  Track&Trace
  เกี่ยวกับเรา
  ติดต่อเรา
  Main Page
  Add Favorite
 Link
  Weloveshopping.com
  ตรวจสอบการจัดส่งของไปรษณีย์
  ขอเลขที่การจัดส่งที่เว็บบอร์ด
  BemineShop
  Achi Shop
  beauty_is_life
  ETUDE HOUSE
  PaaAnn
  beauty-clothes
  EEWER
     บทความน่าสนใจ
รูปประกอบ: 
ไม่มีรูปภาพประกอบ
หัวเรื่อง:    sex เหนือชั้นกับท่าเด็ด 11 ลีลา
บทความ:   

แม้มีรายงานบอกว่าการเปลี่ยนท่าร่วมรักนั้นมาจากท่าพื้นฐานเพียงแค่ไม่กี่ท่า ซึ่งก็ไม่พ้นท่าชายอยู่บนหญิงอยู่ล่าง, หญิงอยู่บนชายอยู่ล่าง, หันหน้าเข้าหากัน, เข้าทางด้านหลัง, ด้านข้าง, ท่าอุ้มลอยเกาะเอว, ท่าหกคะเมน (69), ท่าโก้งโค้งและท่าควบม้า แต่เมื่อรู้สึกว่าเซ็กซ์ไม่มีรสชาติแปลกใหม่ ท่าทั้งหลายบนเตียงก็ใช้จนหมดแล้ว ทำไมไม่ลองหาท่าเด็ดมากระตุ้นให้รักเร่าร้อนดูล่ะ ทั้งคุณแลคู่ของคุณจะได้ถึงจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่อย่าลืมเล้าโลมด้วยสายตา ลูบไล้ และใช้คำพูดกระตุ้นด้วย รับรองเซ็กซ์จะเพริดจนเกินห้ามใจ

สำหรับคู่รักผู้ช่ำชองเรื่องบนเตียงราวกับการเล่นกายกรรมนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าท่าที่เราแนะนำจะเป็นท่าเด็กๆ ลองทำท่าเหล่านี้ต่อเนื่องดูสิว่าคุณจะมีกำลังวาดลวดลายในแต่ละครั้งได้มากท่าขึ้นหรือไม่

1. ท่านิวมิชชันนารี (The New Missionary)ส่วนมากจะคล้ายท่ามิชชันนารี (หญิงอยู่ล่าง ชายอยู่บน) จุดเน้นอยู่ที่ขาทั้งสองของผู้หญิง เมื่อผู้ชายนอนคว่ำหน้าเหยียดยาวราบบนตัวผู้หญิง ให้ผู้หญิงยกขาทั้งสองไขว้รอบเอวผู้ชายไว้ เพื่อช่วยให้ผู้ชายสอดใส่ง่ายขึ้น

คำแนะนำ : ยิ่งผู้หญิงยกขาสูงเท่าไรผู้ชายก็ยิ่งสอดใส่ได้ลึกมากขึ้นเท่านั้น ท่านี้มีข้อดีของท่ามิชชันนารีอยู่ด้วย คือคู่รักสามารถสื่อสารกันได้ด้วยสายตา สองมือเคลื่อนไหวได้อิสระ และยังกระตุ้นอารมณ์ได้ดีอีกด้วย

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: ผู้หญิงใช้เรียวขาทั้งสองไขว้โอบรอบสะโพก หลังหรือแม้กระทั่งไหล่ของผู้ชาย โดยให้เป็นรูปตัววี
แบบที่ 2: สำหรับผู้หญิงพลังสูงก็น่าจะใช้สองเรียวขาไขว้โอบรัดลำตัวของฝ่ายชายไว้ จากนั้นพลิกตัวกลับให้อยู่ในท่าผู้หญิงอยู่บนผู้ชายอยู่ล่าง
แบบที่ 3 : ถ้าคุณใช้ท่านิวมิชชันนารีแล้วยังรู้สึกเบื่อแทบตาย ก็จงรีบเปลี่ยนไปใช้ท่าอื่นเสียเถอะ

2. ท่าหกคะเมน (69 Linkage)หรือที่เรียกว่า ท่า 69 เป็นท่าที่เป็นไปตามตัวเลข คือการกลับหัวกลับหาง ไม่ว่าชายหญิงนอนลงแล้วใครจะอยู่บนหรือล่างก็ไม่เป็นปัญหา หากแต่เคล็ดลับของท่านี้อยู่ที่ปาก และนอกจากใช้ปากแล้วยังใช้มือเป็นตัวช่วยได้อีก

คำแนะนำ : ท่า 69 เป็นท่าที่แสดงได้ถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นของทั้งคู่ และยังมีคนมองว่านี่น่าจะเป็นท่าที่ทั้งสองได้สัมผัสเรือนร่างกันและกัน แต่ควรทำความสะอาดอวัยวะเพศให้ดีก่อนและจะดีที่สุดเมื่อได้พูดคุยกันก่อนใช้ท่านี้

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
เวลาใช้ท่า 69 นี้ให้ทั้งคู่ลองใช้ท่าคะแคงนอนเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในท่วงท่าที่ตนเป็นฝ่ายรุกทั้งสองคน และนอกจากใช้ปากแล้วก็น่าจะใช้มือเข้าช่วยด้วย

ไม่แนะนำ : ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรๆที่มีกลิ่นคาวหรือรสฝาดขมก็ควรจะเลี่ยงท่านี้ และห้ามใช้ท่านี้ตอนเมาแอ๋เด็ดขาด

3. ท่ามิชชันนารี (The Missionary)เชื่อกันว่าท่าร่วมรักที่ชายอยู่บนหญิงอยู่ล่างนั้นเป็นท่าร่วมรักที่แพร่หลายที่สุดในโลก เป็นท่าร่วมรักซึ่งเป็นธรรมชาติที่สุดและเหมาะสมที่สุด

คำแนะนำ : ผู้หญิงหัวโบราณที่มองเรื่องเพศเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ย่อมเป็นสาวกของท่านี้ ถ้าคุณไม่ชอบใจท่าร่วมรักที่เหมือนสัตว์ และอยากส่งสายตาประสานกันขณะร่วมรักแล้วใช้สองมือลูบไล้เรือนร่างของอีกฝ่าย ท่ามิชชันนารีนี้ก็น่าจะเป็นท่าแรกที่คุณเลือกใช้ในการร่วมรัก

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: ใช้มือของคุณให้เป็นประโยชน์
แบบที่ 2: ให้เรือนร่างของเขาแนบชิดสนิทกับตัวคุณ สองแขนโอบกอดคุณไว้แนบแน่น เพื่อรับรู้ถึงจังหวะและแรงกระแทกของการสอดใส่เข้าออก

ไม่แนะนำ : ถ้าคุณชอบเป็นฝ่ายรุกในกิจกรรมบนเตียงแล้วล่ะก็ ท่ามิชชันนารีอาจทำให้เบื่อตายเลยก็ได้

4. ท่าหูกระต่าย (The Rabbit Ears)ฝ่ายหญิงยกเรียวขาทั้งสองขึ้นกอดไว้ พร้อมถ่างขาออกแล้วชันเข่าจนเกือบถึงใบหู เปิดเผยให้เห็น "กิฟต์เซต" ซึ่งฝ่ายชายจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนขณะที่เขากำลังสอดใส่

คำแนะนำ : ท่ายากๆที่พลิกแพลงมาจากท่ามิชชันนารีนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ตัวอ่อนมากๆและเป็นท่าที่เหมาะสำหรับผู้ชายที่มี "เจ้าหนูสั้น"

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: เหมือนท่าร่วมกอดรัดเป็นตัว V โดยใช้หมอนรองไว้ตรงช่วงเอว จะช่วยให้ส่วนล่างของร่างกายทั้งคุณและเขาได้สัมผัสกันได้ลึกขึ้น
แบบที่ 2: ให้เขาใช้มือยกก้นของคุณขึ้น หรือลูบไล้คลึงเคล้นบริเวณที่ไวต่อการสัมผัสบนตัวคุณ เพื่อกระตุ้นปลุกเร้าให้คุณมีอารมณ์มากขึ้น

ไม่แนะนำ : ถ้าเขามี "เจ้าหนูยาว" และคุณเองทนรับแรงกดบริเวณเอวไม่ไหว้ ก็อย่าลองใช้ท่านี้จะดีกว่า

5. ท่าโก้งโค้ง (The Doggie)ผู้หญิงคุกเข่าอยู่ในท่าคลานสี่ขา มือทั้งสองยันพื้นค้ำลำตัวไว้ หรือจะโก้งโค้งปล่อยช่วงบนลำตัวให้เป็นอิสระก็ได้ ผู้ชายคุกเข่ากางขาอยู่ระหว่างสองขาของผู้หญิง ใช้สองแขนโอบรัดเอวผู้หญิงไว้ แล้วสอดใส่จากข้างหลังเข้าไป

คำแนะนำ : ท่าโก้งโค้งเป็นหนึ่งในสามท่าเด็ด และเป็นท่วงท่าร่วมรักเบื้อต้น ท่านี้ผู้ชายทำหน้าที่เป็นคนนำจังหวะ ส่วนใหญ่ผู้ชายที่มี "เจ้าหนูสั้น" มักจะชอบใช้ท่านี้ เพราะสามารถสอดใส่ได้ลึก ควบคุมจังหวะให้ช้าหรือเร็วก็ได้ สำหรับผู้หญิงก็รู้สึกได้ว่ามี "แท่งเนื้อ" สอดใส่อยู่ในร่างกายตัวเองแม้จะ "สั้น" ก็ตาม ถ้าหากคุณชอบเป็นผู้รับ คุณก็น่าจะชอบท่วงท่านี้

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: ผู้ชายใช้มือข้างหนึ่งจับมือทั้งสองของผู้หญิงไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการ ส่วนอีกมือของเขาก็ลูบไล้คลึงเคล้นก้นของผู้หญิง
แบบที่ 2: ผู้ชายใช้มือข้างหนึ่งยกเรียวขาของผู้หญิงขึ้น ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้คลึงเคล้นเต้านมหรือ "น้องหนู" ที่ไม่มีอะไรปิดบัง ซึ่งจะทำให้เขามีอารมณ์มากขึ้นขณะสอดใส่ ส่วนฝ่ายหญิงก็จะมีความสุขจากการถูกสัมผัสลูบไล้ด้วยมือของเขา

ไม่แนะนำ :ข้อเสียของท่านี้ก็คือ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ส่งสายตาและไม่มีการตอบโต้จากฝ่ายหญิง เนื่องจากฝ่ายชายสอดใส่จากด้านหลังจึงทำให้ "น้องหน" ของเธอได้รับการกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทั่วไปท่านี้จะทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดยาก ถ้าหากคุณไม่ชอบให้ผู้ชายกำหนดและมองว่าการใช้ท่วงท่าร่วมรักที่ไม่ได้หันหน้าเข้าหากันเป็นเรื่องหยามน้ำใจกัน ท่าโก้งโค้งนี้จะไม่เพียงทำให้คุณไปไม่ถึงจุดสุดยอดเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณอารมณ์เสียและโมโหได้อีกด้วย

6. ท่าตะแคง (The Sideways)ทั้งสองนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน ผู้ชายยกเรียวขาผู้หญิงขึ้นแล้วสอดใส่เข้าออก ร่างกายส่วนบนของทั้งคู่จึงเป็นอิสระ ดังนั้นจะจูบกันหรือสัมผัสลูบไล้คลึงเคล้นอีกฝ่ายก็ได้ตามชอบใจ

คำแนะนำ :ใครที่ชอบท่ายากๆ หรือว่าฝ่ายชายมี "เจ้าหนูยาว" น่าจะลองใช้ท่านี้ดู เพราะหาก "เจ้าหนูสั้น" จะไม่สามารถสอดใส่ได้ลึกนักถ้าใช้ท่านี้ และยังยากที่จะกระแทกสอดใส่เข้าไปอย่างแรงๆได้ ท่านี้จึงเป็นท่า "ผ่อนหนักเป็นเบา" สำหรับผู้หญิงที่ไม่อาจทนรับการกระแทกกระทั้นแรงๆได้

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
ถ้าคุณติว่าท่านี้ใข้ไม่ได้ผล ก็อาจจะลองเปลี่ยนจากท่านี้ไปเป็นให้ชายอยู่บนหรือหญิงอยู่บนก็ได้ จงจำวไว่หลายๆท่วงท่านั้นทั้งชายหญิงต้องมีใจที่อยากจะลองทำกันดูเพื่อให้ได้อารมณ์ แต่ที่สำคัญก็คือ อย่าฝืน

คำแนะนำ: ถ้าคุณรู้สึกหงุดหงิดเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน หรือฝ่ายชายมี "เจ้าหนูสั้น" ก็อย่าได้เลือกใช้ท่านี้เลย

7. ท่าสองเต้าหนีบ "เจ้าหนู" (The Breast Pusher)ผู้ชายนั่งทับบนเรือนร่างที่นอนเหยียดยาวของผู้หญิงตรงบริเวณราวสะดือ ใช้หน้าอกของผู้หญิงหนีบ "เจ้าหนู" ของเขาไว้ และลูบไล้คลึงเคล้นเต้านมผู้หญิงเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่า "เจ้าหนู" ได้ถูกถูรูดไปมา

คำแนะนำ : เป็นท่วงท่าที่พบกันบ่อยมากจนนักแสดงหนังโป๊ผู้ชายมักจะชื่นชอบท่วงท่านี้กันมาก เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ชอบความตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นการแข็งตัวหดตัวของ "เจ้าหนู" ของผู้ชาย หากคุณคิดว่าตัวเองมีหน้าอกใหญ่ และชอบบทบาทนักแสดงในฝัน ทั้งยังรู้สึกดีที่ถูกกระตุ้นจากการลูบไล้คลึงเคล้นเต้านมแล้วล่ะก็น่าจะลองใช้ท่านี้ดู

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: ถ้าฝ่ายชายมีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็น่าจะลองเปลี่ยนท่าดู หรือจะให้เขานั่งตรงขอบเตียงหรือโซฟา แล้วค่อยจัดท่วงท่าให้เหมาะสมก็ได้
แบบที่ 2: ถ้าหากคุณเป็นคนนำในการร่วมรักแล้ว ก็น่าจะลองใช้ปลายลิ้นหรือปลายนิ้วเข้าช่วยในการกระตุ้นเร้าอารมณ์ "เจ้าหนู" ไปด้วย

ไม่แนะนำ : ท่าสองเต้าหนีบ "เจ้าหนู" เป็นท่าที่ออกจะล้ำเส้นหน่อย ถ้าหากคุณไม่ชอบท่านี้เพียงเพราะว่าคุณรู้สึกเหมือนว่าผู้ชายมีอำนาจเหนือกว่า หรือหากคุณไม่มีความสุขก็น่าจะบอกเขาตรงๆว่า "อย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจเลย"

8. ท่าหันหน้าเข้าหากัน (The Opposite)ท่วงท่านี้เป็นการพลิกแพลงจากท่ามิชชันนารีและท่าผู้หญิงอยู่บน ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน สองแขนโอบกอดกันไว้ สองขาไขว้เกี่ยวรัดกันไว้ด้วย ซึ่งโดยปกติผู้ชายจะนั่งเป็นฐาน (ให้ผู้หญิงนั่งทับ ซึ่งทำให้ผู้หญิงสามารถเป็นคนควบคุมจังหวะเข้าออกได้)

คำแนะนำ :คนชอบกอดกันมักชอบท่าหันหน้าเข้าหากันที่โรแมนติกนี้ เพราะเรือนร่างทั้งสองคนจะได้สัมผัสกันได้มากขึ้น และยังแนบหน้ากันได้ด้วย สำหรับอีกฝ่ายที่มีหน้าตาหล่อเหลาหรือสะสวย และชอบร่วมรักกันไปจูบกันไปด้วย ท่านั่งนี้จะให้ความรู้สึกโรแมนติกที่สุดในการร่วมรัก

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: ถ้ายังไม่เคยชินกับการเห็นอวัยวะเพศที่หันเข้าหากันอย่างโจ่งแจ้ง จะใช้ผ้าปูที่นอนห่มปิดช่วงล่างของร่างกายไว้ แล้วประสานสองมือวางบนหน้าอกให้อยู่ในท่านั่งที่เห็น "จุ๊กกรูกับจุ๋มจิ๋ม" แบบพอวับๆแวมๆ จะให้ความรู้สึกปลุกเร้าอารมณ์เพศได้ดีกว่าท่วงท่าอื่นๆ
แบบที่ 2: เมื่อเริ่มใช้ท่านี้ให้ลองใช้นิ้วมือเขี่ยวาดเบาๆวนไปมาบนใบหน้าของเขา แล้วเลื่อนนิ้วมือลงไปข้างล่าง ถ้าเขารู้ใจคุณเขาก็จะทำตามบ้าง จากนั้นคุณจึงพา "เจ้าหนู" ของเขาไปอยู่ในช่องทางที่ถูกต้อง แล้วค่อยปล่อยให้เขาแสดงบทบาทต่อเอง

ไม่แนะนำ :สำหรับผู้หญิงที่ชอบทำอะไรให้เสร็จเร็วๆ อาจติว่าท่านั่งนี้ให้จังหวะช้าจนเกินไป ท่วงท่านี้จึงควรเป็นท่วงท่าที่ใช้ชั่วคราวเท่านั้น

9. ท่าชูแขนยกขา (The V-formation)ผู้หญิงนอนหงายในขณะที่ผู้ชายใช้มือทั้งสองจับข้อเท้าผู้หญิงแล้วยกเรียวขาทั้งสองของเธอขึ้นสูง พร้อมถ่างขาผู้หญิงออกให้เป็นรูปตัว V ถ้าเหนื่อยหรือเมื่อย สามารถพักขาเธอไว้บนไหล่ของผู้ชายแล้วร่วมรักกันต่อไปได้

คำแนะนำ : ผู้หญิงที่ชอบท่ามิชชันนารีมักชอบท่าชูแขนยกขานี้ เพราะสามารถผ่อนคลายเรียวขาทั้งสองได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเป็นตะคริวเพราะถูกกดไว้นานหรือบ่อยเกินไป และเมื่อเรียวขาทั้งสองถ่างออกอ้าซ่าเช่นนั้น แม้เขาจะเป็นพวกที่มี "เจ้าหนูสั้น" ก็จะไม่ทำให้เกิดอาการ "เกาไม่ถูกที่คัน" และเยี่ยมที่สุดก็คือ คุณจะได้เห็นท่าทางเซ็กซี่ของเขาในขณะที่เขาจูบขาอ่อนของคุณ แต่นี่สำหรับหนุ่มรูปหล่อเท่านั้นล่ะ

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: หาหมอนนุ่มๆ สักใบหนุนตรงช่วงเอวไว้ให้ช่วงล่างของเรือนกายได้สัมผัสแนบเนื้อเข้าถึงกันมากขึ้น
แบบที่ 2: เมื่อเรียวขาทั้งสองของคุณวางอยู่บนหัวไหล่ของเขา ก็น่าจะลองสอนให้เขาใช้มือที่ยังว่างอยู่ทำ "อะไรๆ ก็ได้ตามใจชอบ"

ไม่แนะนำ :สำหรับผู้หญิงที่ชอบเป็นฝ่ายรุกบนเตียงก็อย่ามามัวเสียเวลากับท่านี้ ยิ่งถ้าคุณไม่มั่นใจในน่องตัวเองด้วยแล้ว ท่านี้ก็อาจทำให้คุณรู้สึกกระอักกระอ่วนใจได้

10. ท่าคาวบอยสาวนั่งหันหลัง (The Reverse Cowgirl)ผู้ชายนอนหงาย ผู้หญิงหันหลังแล้วนั่งครอมลงไปบน "เจ้าหนู" ให้สอดใส่เข้าไปลึกแค่ไหนก็ได้ด้วย ท่านี้พลิกแพลงจากท่าผู้หญิงอยู่บนนั่นเอง

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: คุณอาจจะบอกให้เขาช่วยดึงมือทั้งสองของคุณจากด้านหลัง เพื่อเพิ่มแรงลากให้ตัวคุณ หาจุดที่กระตุ้นเร้า "น้องหนู" ได้ดีที่สุด
แบบที่ 2: ถ้าเขาเป็นพวกที่มี "เจ้าหนูยาว" คุณน่าจะลองนอนหงายลงไปบนตัวเขา เขาจะใช้สองมือมาคลึงเคล้นลูบไล้เต้านมของคุณเองโดยธรรมชาติ แน่นอนว่าต้องระวังว่าเขาจะรับน้ำหนักตัวคุณได้ด้วยหรือไม่

ไม่แนะนำ : ถ้าคุณไม่มีอารมณ์กับท่าผู้หญิงอยู่บน ไม่ว่าคุณจะนั่งหันหน้าหรือนั่งหันหลังก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน

11. ท่าผู้หญิงอยู่บน (The Woman On Top)ผู้ชายนอนหงาย ผู้หญิงหันหน้าเข้าหาผู้ชาย นั่งคร่อมลงบน "เจ้าหนู" ที่กำลังตื่นตัว และเป็นฝ่ายคุมจังหวะเข้าออก นอกจากนี้ยังควบคุม "เจ้าหนู" ให้สอดใส่เข้าไปลึกได้ตามที่ต้องการด้วย

คำแนะนำ :ท่านี้เหมาะสำหรับร่วมรักในช่วงตั้งครรภ์ และผู้ชายลงพุงก็ใช้ท่านี้ได้เช่นกัน แต่มีข้อพึงระวังคือ เมื่อฝ่ายหญิงกำลังโยกตัวขึ้นลงอย่างรุนแรง ขณะร่วมรักอยู่นั้น "เจ้าหนู" มีโอกาสหลุดออกจากช่องคลอดได้

++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1 : ถ้าคุณนั่งคู้เข่าแล้วเหนื่อย ก็ลองนอนเหยียดขาทั้งสองออกไปตรงๆ
แบบที่ 2 : ลองปรับเปลี่ยนท่านั่งดูไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ท่าที่กระตุ้นเร้า "น้องหนู"ของคุณจนรู้สึกดีที่สุด

ไม่แนะนำ : ถ้าฝ่ายชายมี "เจ้าหนูยาว" แล้ว "น้องหนู" ของคุณจะรองรับไหวหรือไม่ และหากว่าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนที่ทำอะไรไม่มีจังหวะจะโคนแล้วล่ะก็ ขออย่าได้ลองท่านี้จะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของคุณนอนของคุณเอง

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก sanook.com

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:   
ผู้ลงบทความ:    lady's secret