วันนี้มีบทความดีๆ เกี่ยวกับครีมกันแดดมาฝากกันค่ะ
พอดีอ่านเจอข้อมูลดีๆ มา แล้วคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์เลยเอามาฝากกันค่า
Credit : http://www.geocities.com/nawo_chemicalsandbeauty/sun_safety_info.htm
http://www.expert2you.com/view_article.php?art_id=2352
ครีมกันแดด มีไว้เพื่อป้องกันรังสี UV ที่จะมาทำร้ายผิวเราได้
เริ่มต้นจากการที่ทำให้ผิวคล้ำขึ้น ซึ่งเป็นศัตรูความสวยของผิวเรา
ไปจนถึงอันตรายใหญ่หลวง คือการทำให้เราเป็นมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ
เรามาทำความรู้จักกับรังสี UV กันก่อนดีกว่าค่า
1.
UVA ความยาวคลื่นตั้งแต่ 320-400 nm
เป็นสาเหตุของรอยเหี่ยวย่น
อาการการแพ้แสงแดด และหากได้รับ UVA นานๆ
ก็อาจเป็นสาเหตุของมะเร็วผิวหนังได้
UVA สามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น
UVA-I (340-400
nm)
และ UVA-II
(320-340 nm)
2.
UVB ความยาวคลื่นตังแต่ 280-320 nm
เป็นสาเหตุของผิวหนังไหม้
มะเร็งผิวหนัง
3.
UVC ความยาวคลื่นตังแต่ 100-280
nm
ความยาวคลื่นสั้น
จึงสามารถถูกกรองด้วยชั้นโอโซนในบรรยากาศชั้น stratosphere
ต่อมา เรามาดูถึงประสิทธิภาพในการกันน้ำของครีมกันแดดกันนะคะ
Waterproof &
Water-resistant
:
FDA ได้กำหนดไว้ว่า
Water-resistant
หมายถึง สารกันแดดที่ยังสามารถรักษาระดับของ SPF
ให้เท่าเดิมหลังจากโดนน้ำไปแล้วเป็นเวลา 40 นาที
Waterproof หมายถึง สารกันแดดที่ยังสามารถรักษาระดับของ SPF
ให้เท่าเดิมหลังจากโดนน้ำไปแล้วเป็นเวลา 80 นาที
ดังนั้น
หากคุณต้องทำกิจกรรมสันทนาการกลางแจ้ง ที่เกี่ยวข้องกับการว่ายน้ำคุณควรเลือก
waterproof sunscreen ค่ะ
ตอนนี้เราจะมาดูเกี่ยวกับค่า SPF กันนะคะ
SPF คือตัวเลขที่แสดงถึงประสิทธิภาพของครีมกันแดด
ในการป้องกันอาการแดง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจาก UVB
สามารถหาได้จากอัตราส่วน ระหว่างปริมาณแสงน้อยที่สุด ที่ทำให้เกิดอาการแดง
หลังรับแสง 24 ชั่วโมง โดยไม่ทาครีมกันแดด กับปริมาณแสงน้อยที่สุด
ที่เกิดอาการแดงโดยทาครีมกันแดด ถ้า SPF
ยิ่งสูงจะสามารถป้องกันอาการแดง (sunburn)
และตอนนี้เราจะพูดถึงค่า PA (เอ๊ะ!! มันต่างกับ SPF รึเปล่าเนี่ย)
PA : Protection of UVA
PA
เป็นค่าการวัดการปกป้องรังสี UVA โดยประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้
และแพร่หลายอยู่ในเอเซีย ค่า PA จะสัมพันธ์กับเครื่องหมาย +
PA
คือการวัดการเปลี่ยนแปลงของรงควัตถุในผิว skin pigmentation
หรือวัดความดำของผิวที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากสัมผัสกับ UVA
โดยตัวบ่งชี้ค่าของการวัดการปกป้องของผลิตภัณฑ์แต่ละตัว จะเป็นช่วงตั้งแต่ 1 -
8
โดยค่า 1 หมายถึงมีการปกป้องน้อยที่สุด
ค่า PA ที่บอกถึงระดับในการป้องกันรังสี UVA
PA + คือ 1-3
PA++ คือ 4-5
PA+++ คือ 6-8
จากนี้ เราก็สามารถเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวเราได้แล้วนะคะ ^^