พระที่นำมาโชว์ในร้านเป็นพระที่ดูง่ายที่ผมได้สะสมมานานแล้ว หากท่านต้องการสะสมพระองค์ใหน
ที่ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯโต พรหมรังสีอนุญาติให้สร้างและปลุกเสกเป็นพุทธบูชา เมล์หรือโทรมาคุยกันได้นะครับ
การสร้างบุญบารมี
ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช พระญาณสังวร ฯ วัดบวร กทม
การสร้างบุญบารมีตามคำสอนของพระพุทธเจ้ามีอยู่สามระดับหรือสามประเภทด้วยกัน จากการสร้างบุญบารมีที่ได้บุญกุศลจากต่ำสุดไปหาสูงสุดดังนี้
๑ การให้ทาน เช่นการถวายเงิน ทอง เป็นการสร้างบุญบารมีขั้นต่ำสุดตามคำสอนของพระสมเด็จสัมมาพระพุทธเจ้าการให้ทานที่ได้บุญบารมีสูงสุดคือ การให้ธรรมเป็นทานหรือธรรมทาน เพราะทำให้ผู้เห็นผิดกลับมามีความเห็นถูก คนไม่รู้จะได้รู้ ส่วนคนที่รู้อยู่ก่อนแล้วจะได้รู้ยิ่งๆขึ้นไปอีก
๒ การรักษาศีีลจะได้บุญบารมียิ่งกว่าการให้ทานทั้งปวง เพราะการรักษาศีลจะทำให้เรามีจิตเป็นปกติ ง่ายต่อการสร้างสมความดี ไม่ว่าเราจะเดินทางไปแห่งหนใด จิตใจเราจะไม่ร้อนรุ่ม จะพบแต่สิ่งดีๆในชีวิตประสพแต่ความสุขความเจริญ ยิ่งกว่านั้นจะทำให้เราปฎิบัตสมาธิภาวนา สมาธิวิปัสนาง่ายยิ่งขึ้น การให้ทาน ๑๐๐ครั้งได้ผลบุญบารมีน้อยกว่าการการกระทำความเพียรสมาธิภาวนา ๑ครั้ง เมื่อเป็นดั่งนี้แล้ว เราชาวพุทธศาสนิกชนมีความเห็นถูกใหม ที่เราจะต้องกระเสือกกระสน สับสนวุ่นวายไม่มีที่สิ้สุด วิ่งหาสมาชิก หาเงินหาทองมำทำบุญผ่อนส่ง หาเงินมาถวายวัดเพื่อสร้างบุญบารมี สร้างพระพระประจำตัว ร่วมกิจกรรมหาเงินให้วัดกันทั้งปี อันเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุที่จะต้องวิ่งเข้าออกวัด เพราะมนุษย์แต่ละคนต่างก็มีภาระและหน้าที่ๆจะต้องทำและรับผิดชอบในการดำรงชวิตแต่ละวัน การรักษาศีลไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องแบกต้องหามให้เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ด้วยเหตุนี้ ขอให้ชาวพุทธทั้งหลาย จงตระหนักและคำนึงถึงอานิสงส์การรักษาศีลและภาวนาที่ได้อานิสงส์มากกว่าการให้ทานทั้งปวง ฯลฯ
๓ สมาธิภาวนาแยกออกได้ ๒ประเภทดั่งนี้
ก สมถภาวะนา คือการรักษาจิตให้อยู่แน่นิ่งในอารมย์เดียวไม่ไห้แส่ส่ายไปยังอารมย์อื่นจะแน่นิ่งอยู่ในอารมย์นั้นๆแต่เพียงอย่างเดียว ไม่นึกไม่คิดอะไร
๒ วิปัสนาภาวนา หลังจากที่เราประคองจิตให้อยู่ในอารมย์ใดอารมย์หนึ่งที่มั่นคงแล้วค่อยน้อมจิตของเราหาเหตุและผลในสภาวะธรรมทั้งหลายของตัวเราเองจนรู้แจ้งเห็นจริงว่าอันตัวตนของเราที่ดำรงอยู่นี้ จะหาสาระอันเป็นแก่นสารไม่ได้เลย แต่เพราะอวิชาคือความไม่รู้เท่าสภาวะธรรม จึงทำให้เกิดการยึดมั่น ด้วยอุปาทานว่าเป็นตัวตนและของตน การเจริญวิปัสนาก็โดยมีจิตพิจารณาจนรู้แจ้งเห็นจริงว่า อันสภาวะธรรมทั้งหลาย อันได้แก่ขันธ์ ๕ล้วนแต่มีอาการเป็นพระไตรลักณ์ อนิจจัง ทกขัง อนัตตาทั้งสิ้น
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า พ่อแม่คือพรหมของลูก พรหมวิหาร ๔
คือคุณธรรมของพ่อแม่หรือ คนดีของสังคม
๑ เมตตา ปารถนาให้มนุษน์มีความสุข
๒ กรุณา ปารถนาให้มนุษย์หลุดพ้นทุกข์
๓ มุทิตา แสดงความยินดีเมื่อเพื่อนมนุษย์พบความสุข ความสำเร็จ
๔ อุเบกขา ไม่ยินดีในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
อานิสงส์การถวายสังฆทาน
เทศน์โดย ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ โต พรหมรังสี
วันนี้อาตมาจะเทศน์การถวายสังฆทานอันเป็นการทำบุญที่ญาติโยมรู้จักกันดีอยู่แล้วพวกโยมคงสงสัยกันว่าทำใม การถวายสังฆทานก็กระทำกันเป็นประจำอยู่แล้วไม่จำเป็นที่จะสอนกันเลย แต่มันก็อดไม่ได้เพราะการถวายสังฆทานของญาติโยมมันไม่ถูกต้อง เมื่อทำบุญแล้วควรจะได้บุญมากๆแต่กลับได้บุญน้อย อาตมาเห็นแล้วน่าเสียดาย คำว่าสังฆทาน พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า เป็นทานสูงสุดของฝ่ายวัตถุไม่มีทานใดๆๆจะสูงกว่าสังฆทาน การถวายสังฆทานเป็นการถวายที่ไม่เจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง หัวใจของสังฆทานขึ้นอยู่กับเจตนาที่บริสุทธิ์ การถวายสังฆทานต้องมีเจตนาครบ๓กาลดังนี้
กาลแรก ก่อนจะถวายสังฆทานให้เราตั้งจิตของเราว่า เราจะถวายสังฆทานโดยเราจะไม่เจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง
กาลสอง ขณะที่เราทำการถวายสังฆทานต้องไม่มีความปิติยินดียินร้ายแก่ภิกษุที่มารับสังฆทานไม่ว่าภิกษุที่มารับสังฆทานจะเป็นพระปฎิบัติธรรมดีมีพรรษามากหรือเป็นพระภิกษุที่บวชมาใหม่
กาลสาม หลังจากถวายสังฆทานจงทำจิตให้บริสุทธิ์ตั้งใจสังฆทานเป็นของสงฆ์
พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า การถวายทานแก่พระพุทธเจ้า๑๐๐ครั้งยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการถวายสังฆทาน๑ครั้ง ผลบุญของการถวายสังฆทานจะดลบันดาลให้แก่บุคคลที่ถวายสังฆทานจะเกิดมากี่ชาติขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็นใจจะไม่มีแม้จะเกิดอีกกี่แสนชาติจนเข้าพระนิพพานอานิสงส์นั้นยังไม่หมด คิดดูเอาเองว่าผลบุญของการถวายสังฆทานไม่รู้จักหมดสิ้น ขอให้ญาติโยมตั้งใจถวายสังฆทานให้ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่อาตมาเทศน์ในวันนี้ เจริญพร
ข้าพเจ้าขออุทิศกุศล หากมี อันเกิดจากบทความที่ข้าพเจ้ารวบรวมมาเผยแพร่ให้แก่ผู้มีพระคุณไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้อง ครูอาจารย์ที่เคยเลี้ยงดู สั่งสอนเรามาทั้งที่มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้วมาและเจ้ากรรม นายเวร ณ โอกาศนี้
นาย ชลบท
โทร 081 808 83 56
amuletsofoldsiam@yahoo.com
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑.......................๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
พระพุทธองค์ทรงตรัสกับพระเจ้า อชาติศรัตรูว่า
ไม่มีร่มเงาอะไรในโลกนี้จะร่มเย็นยิ่งกว่า
ร่มเงาของเครือญาติ
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
|