ตุ๊กตาชาววัง บางเสด็จ
 http://www.Weloveshopping.com/shop/spu05021
 สถิติของร้าน
 เปิดร้าน 10/02/2009 
 ปรับปรุงร้าน 13/08/2009 
 ผู้ชมร้านทั้งหมด 12,770 
 สินค้าทั้งหมด 14 
หมวดหมู่สินค้า
  ดัชนีราคาสินค้า
  ดูสินค้าทั้งหมด (14)
  ตุ๊กตา
 ค้นหาสินค้า



บริการของร้าน
  หน้าแรก
  ข่าวสาร
  เว็บบอร์ด
  บทความน่าสนใจ
  วิธีการสั่งซื้อ
  วิธีการชำระเงิน
  วิธีการรับสินค้า
  สินค้าในรถเข็น
  เกี่ยวกับเรา
  ติดต่อเรา
  Main Page
  Add Favorite
 Link
  Weloveshopping.com
     ตุ๊กตาชาววัง บางเสด็จ
  

ตุ๊กตาชาววัง

ภาพ:Tukkata_2.jpg


         จากก้อนดินเหนียวท้องนาสีขุ่นมัว ขุดขึ้นมาปั้นแต่งระบายสีให้เป็นตุ๊กตาที่มีใบหน้าคมงาม ท่วงท่าลีลาอ่อนช้อย สวมใส่เสื้อผ้าสวยปราณีตด้วยปลายพู่กัน บ่งบอกถึงคุณค่าแห่งศิลปวัฒนธรรมไทย หลากหลายเรื่องราวอันมีที่มาแต่โบราณกาล

         จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า ตุ๊กตาดินเผาไทยที่เก่าแก่ที่สุดปรากฏอยู่ในสมัยทวาราวดี รือในราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 มักจะเป็นรูปคนจูงลิง ทำด้วยดินเผาสีแดง ตัวคนเป็นชาย มุ่นมวยผมไว้กลางศีรษะ นุ่งผ้าผืนเดียว มีลิงตัวน้อยๆ ที่ปลายเท้า สันนิษฐานว่าตุ๊กตาชนิดนี้อาจจะใช้เป็นของเล่นสำหรับเด็ก หรือใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา

         ต่อมาในสมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ การสร้างสรรค์ตุ๊กตาดินเผาก็ยังปรากฏออกมาในรูปแบบต่างๆ กัน ตามลักษณะนิสัยของคนยุคนั้นๆ ตามคติความเชื่อ และตามประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวัน เป็นต้นว่าตุ๊กตาเสียกบาลซึ่งทำกันมาตั้งแต่ยุคสุโขทัยสร้างขึ้นตามความเชื่อถือเพื่อปัดเป่าอันตรายแก่คนเจ็บหรือหญิงคลอดบุตรในครัวเรือน ตุ๊กตาล้มลุก ปั้นขึ้นสำหรับเป็นของเล่นของเด็กตุ๊กตาเจ้าพราหมณ์ ยังคงมีให้เห็นอยู่ตามชนบท ทำเพื่อนำไปแก้บนตั้งบูชาศาลเทพารักษ์ตุ๊กตาเคลือบดินเผาสมัยสุโขทัย ซึ่งปั้นเป็นรูปคนในอิริยาบถต่างๆ มีนักประวัติศาสตร์บางท่านกล่าวว่าคล้ายตุ๊กตาชาววังที่ชาวบางเสด็จทำกันอยู่ปัจจุบัน หากเป็นเช่นนั้นจริงนับว่าการทำตุ๊กตาชาววังของคนบางเสด็จจังหวัดอ่างทองได้รักษาแบบแผนวัฒนธรรมไทยเอาไว้อย่างดียิ่ง

         ตุ๊กตาชาววัง สุนทรียศาสตร์พื้นถิ่นนของชาวบ้านในยุคนี้ถือกำเนิดขึ้นในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีหลักฐานทางตัวอักษรปรากฏสืบต่อกันมาว่าเถ้าแก่กลีบ ข้าราชการฝ่ายในในพระราชสำนัก เป็นผู้ริเริ่มผลิตขึ้น โดยปั้นตุ๊กตาชาววังออกจำหน่ายให้แก่ข้าราชบริพารภายในพระบรมมหาราชวังดังนั้น ลักษณาการตุ๊กตาชาววังในสมัยก่อนจึงลอกเลียนแบบมาจากวิถีชีวิต การแต่งกาย วัฒนธรรม ประเพณีของชาววังทุกประการ สมคำเปรียบเปรยว่ายามจะนั่ง ก็ท้าวแขนอ่อนช้อย เหมือนตุ๊กตาชาววัง ซึ่งจะเน้นความพิเศษที่ขนาดเล็กจิ๋ว บางตัวมีหัวเท่าไม้ขีดไฟการปั้นแต่ละตัว ผู้ปั้นต้องใช้ความละเอียดละเมียดละไมอย่างมาก ชาววังสมัยก่อนนิยมซื้อสะสมเป็นของรักของชอบ หรือไว้สำหรับตกแต่งประดับประดาบ้านเรือน

         หัตถศิลป์ตุ๊กตาชาววังที่เคยเฟื่องฟูกลับซบเซาลงในรัชสมัยรัชกาลที่ 5เมื่อข้าราชบริพารบางคนย้ายออกไปจากพระบรมมหาราชวัง แล้วได้นำเอาศาสตร์นี้ติดตัวออกไปด้วย จึงไม่มีใครรู้รักจักทำต่อ ศิลปะการปั้นตุ๊กตาชาววังจึงจางหายไปนาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โปรดให้รื้อฟื้นการปั้นตุ๊กตาชาววัง

         ย้อนไปในราวปีพุทธศักราช 2519 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถโปรดให้รื้อฟื้นวิชาการปั้นตุ๊กตาชาววังขึ้นที่หมู่บ้านวัดตาล ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบางเสด็จ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอป่ามก จังหวัดอ่างทองพระองค์ท่านรับสั่งให้ชาวบ้านชาวนาในหมู่บ้านที่สนใจและต้องการมีอาชีพเสริม นอกเหนือจากการทำนา ใช้เวลาว่างมาเรียนรู้และฝึกฝนการทำตุ๊กตาชาววังจากครูในโครงการศิลปาชีพพิเศษ โดยขอใช้ศาลาการเปรียญของวัดท่าสุทธาวาส วัดเก่าแก่คู่บุญของจังหวัดอ่างทองเป็นสถานที่ฝีกหัด จึงถือว่าอาชีพการทำตุ๊กตาชาววังนับเป็นโครงการในพระบรมราชินูปถัมภ์ จากเอกสารคน-รูป-ดิน เครือซิเมนต์ไทยรักษ์ไทยจัดทำเพื่อสื่อมวลชนในการพาชมการประดิษฐ์ตุ๊กตาชาววังที่หมู่บ้านบางเสด็จ อาจารย์ฉวีวรรณ เมืองสุวรรณ อาจารย์ประจำโรงเรียนวัดท่าสุทธาวาส เขียนถึงเรื่องตุ๊กตาชาววังในช่วงที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถมีพระราชดำริส่งเสริมให้ราษฎรหารายได้ให้แก่ครอบครัวด้วยการปั้นตุ๊กตาชาววัง ไว้ตอนหนึ่งว่า

         “ก่อนหน้านี้ธรรมชาติไม่เข้าข้างชาวไร่ชาวนาเอาเสียเลย ที่อ่างทองและจังหวัดใกล้เคียงกิดฝนตกมากเกินความจำเป็นทำให้เกษตรกรอ่างทองได้ผลผลิตทางการเกษตรไม่ดีติดต่อกันหลายปี จนกระทั่งเมื่อปี 2519 สมเด็จพระราชินีท่านเสด็จฯทอดพระเนตรหมู่บ้านแถบอำเภอป่าโมก ซึ่งขณะนั้นมีการทำธูปเป็นอาชีพเสริมพระองค์ท่านจึงรับสั่งว่าชาวอ่างทองน่าจะทำงานฝีมือชนิดอื่นได้เช่นกัน เพราะการทำธูปก็ต้องใช้ฝีมือในการปั้นเหมือนกัน W

         จากวันนั้นเป็นต้นมา ชื่อหมู่บ้านบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทองคือแหล่งผลิตตุ๊กตาชาววังที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงแพร่หลายขจรขจายไปไกลทั่วโลก

 

ภาพ:Tukkata_3.jpg

        


 

         ตุ๊กตาชาววังมี 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ที่นิยมกันมากคือขนาดเล็กซึ่งสูงประมาณ 2 เซนติเมตร ขนาดใหญ่จะสูงประมาณ 4 เซนติเมตร ปั้ นเป็นผู้ใหญ่ วัยรุ่น และเด็กกำลังนั่งและคลาน ท่านั่งเอน นอนคว่ำ ตะแคง คุกเข่า ประมาณอย่างละ 8 ท่า ส่วนเด็ กเล็กนั้น มีที่ไว้ผมแกละ ผมจุก และผมเปีย ส่วนผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงนั้นมีลักษณะพิเศษคือแต่งกายอย่างชาวเหนือ ที่เป็นเช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าพระวรชายาเจ้าดารารัศมียังคงประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง

         นอกจากตุ๊กตาเดี่ยวแล้ว ยังมีตุ๊กตาชุดตามเรื่องในวรรณคดี มีทั้งรามเกียรติ์ ละครนอกและละครใน การปั้นตุ๊กตาจะปั้นขาก่อน แล้วจึงขึ้นตัวส่วนตัวนั้นมีพิมพ์กดเอาไว้ เสร็จแล้วนำดินไปผึ่งให้แห้ง ต้องระวังไม่ให้ถูกแดดจัด เพราะถ้าถูกแดดจัด ดินจะร้าว เสร็จแ ล้วจึงนำไปเผาในเตาถ่านที่ใช้หุงต้มอาหารในครัวเชื้อเพลิงคือแกลบ เผาแล้วสุมไว้ตลอดคืน เพื่อให้ตุ๊กตาเย็นสนิท ต่อไปจึงนำตุ๊กตานั้นมาลงสีผิวโดยใช้ฝุ่นผัดหน้าที่เรียกว่าฝุ่นจีนมาละลายน้ำจนข้น แล้วจึงแต่งหน้า ทาปาก เขียนเสื้อผ้าใช้สีตามความนิยมของชาววัง โดย เฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าของผู้ใหญ่ ผู้หญิงจะต้องนุ่งห่มสีตัดกันตามวัน

 

ภาพ:Tukkata_4.jpg


         ปัจจุบัน การทำตุ๊กตาดินเหนียวระบายสีของคนบางเสด็จเพียงไม่กี่สิบครัวเรือนยังคงนั่งประดิษฐ์กันอยู่ที่ใต้ถุนเรือน เริ่มจากวิธีการเตรียมดินขุดดินเหนียวคุณภาพดีแถบทุ่งนาหลังวัดสุทธาวาสหรือภายในตำบลบางเสด็จลึกประมาณ 2 เมตร นำมาตากแดดให้แห้ง ทุบเป็นก้อนเล็กๆ แช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืน เพื่อร่อนเอากรวดหินทรายออกโดยใช้ผ้ามุ้งกรอง หากบี้ดูแล้วดินเนียนติดนิ้วถือว่าใช้ได้ จากนั้นปั้นเป็นแผ่น ผึ่งลมให้ดินหมาดแล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ เก็บไว้ในถุงพลาสติกมัดปากถุงมิดชิดกันลม นำออกมาใช้เท่าที่ต้องการในแต่ละครั้งการปั้นตุ๊กตาชาววังยุคนี้ไม่ใช้เวลานานเหมือนสมัยโบราณเหตุเพราะว่ามีแม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นจากปูนปลาสเตอร์ทั้งส่วนหัวและส่วนลำตัว

         โดยเทดินเหนียวหล่อเข้ากับแม่พิมพ์ส่วนแขนและขานั้นปั้นได้ไม่ยากเพียงคลึงดินบนฝ่ามือให้มีลักษณะเรียวแหลมตอนปลายทั้งสองข้าง ขนาดคล้ายเส้นลอดช่อง โดยจะหักพับงออย่างใดก็ได้แล้วแต่ท่าทางตามต้องการ และนำไปต่อติดกับส่วนลำตัวหลังจากนั้นจึงนำส่วนหัวและลำตัวที่สมบูรณ์แล้วมาต่อติดกัน ตกแต่งนิ้วมือนิ้วเท้าอีกสักเล็กน้อยวางผึ่งลมให้ดินแห้งสนิทอีก 1 วัน และนำเข้าเตาเผา สมัยก่อนนิยมเผาด้วยเตาอั้งโล่ซึ่งมีกรรมวิธีที่ยุ่งยากซับซ้อนเสียเวลามาก แต่ปัจจุบัน เผาด้วยเตาอบขนาดใหญ่ที่มีอุณหภูมิคงที่ จะได้ผลที่ดีกว่ามากและเสียเวลาน้อยกว่าด้วย เมื่อเผาเสร็จแล้ว ตุ๊กตาเย็นลงทาสีน้ำมันให้ทั่วตัวเพื่อความเนียนสวยงาม พร้อมกับเติมลวดลาย สีสันใบหน้าการแต่งกายให้วิจิตรบรรจงดูมีชีวิตชีวาด้วยฝีมือและจินตนการของผู้ปั้นประดิษฐ์

         ตุ๊กตาชาววังที่เราพบเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนมีหลากแบบหลายอิริยาบถ มีรายละเอียดเรื่องราวแวดล้อมมากขึ้นกว่าแค่ปั้นตัวคนเพียงอย่างเดียว ดังเช่นชุดตลาดน้ำที่แม่ค้าคนพายบรรทุกผลหมากรากไม้ไว้เต็มลำเรือ ชุดวงดนตรีไทยที่รู้จักกันว่าวงมโหรีปี่พาทย์ชุดการละเล่นพื้นบ้านไทย เหล่านี้เป็นต้น


     สถานที่ตั้งร้าน
 
ที่ตั้ง :   67/2 หมู่ที่ 1 ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก
จังหวัด :   อ่างทอง
รหัสไปรษณีย์ :   14130
ประเทศ :   ประเทศไทย
โทรศัพท์ :   +6635 622759, +661 255565
แฟกซ์ :  
โทรศัพท์มือถือ :   0860084598
อีเมล์ :  
เว็บไซต์ :  
แผนที่ :   ไม่มีรูปแผนที่ร้านค้า
By ตุ๊กตาชาววัง บางเสด็จ
Copyright Weloveshopping.com All rights reserved.